รศ.นพ. จักรกริช กล้าผจญ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายในหัวข้อ การ บริหารความเครียดด้วยดนตรีบำบัดและวารีบำบัด ในการประชุม วิชาการ “เปิดโลกศาสตร์เวชศาสตร์วิถีแห่งชีวิต” ให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ บุคคลากรภาครัฐและเอกชน และประชาชนผู้สนใจ ในระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2568 จัดโดย วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (MIdS) สมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย (TLWA)
รศ.นพ. จักรกริช กล้าผจญ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายในหัวข้อ การ บริหารความเครียดด้วยดนตรีบำบัดและวารีบำบัด ในการประชุม วิชาการ “เปิดโลกศาสตร์เวชศาสตร์วิถีแห่งชีวิต” ให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ บุคคลากรภาครัฐและเอกชน และประชาชนผู้สนใจ ในระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2568 จัดโดย วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (MIdS) สมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย (TLWA)โดย รศ.ดร.จิรกฤตธ์ ลีลารุ่งระยับ ผู้ช่วยคณบดีกล่าวต้อนรับ และมอบของที่ระลึก ณ ห้อง 2-202 ชั้น 2 อาคาร 2 MIdS CMUทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย“เวชศาสตร์วิถีชีวิต และเสาหลักด้านการหลับ” และ “เสาหลักด้านอาหาร” วิทยากรโดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ที่ปรึกษาสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย
“เสาหลักด้านการหยุดบุหรี่ ลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด” วิทยากรโดย รศ.พญ.สุรินทร์พร ลิขิตเสถียร รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
“เสาหลักด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย” วิทยากรโดย รศ.ดร.จิรกฤตธ์ ลีลารุ่งระยับ
“เสาหลักด้านการบริหารความเครียดด้วยดนตรีบำบัดและวารีบำบัด” วิทยากรโดย รศ.นพ.จักรกริช กล้าผจญ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
“เสาหลักด้านจิตวิทยาเชิงบวกและการบริหารความเครียด” และ “สติในวิถีสุขภาพ แนวทางสู่สุขภาวะ” วิทยากรโดย ดร.ธนิตา วาสประสงค์ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดความเครียดด้วยสติ (MBCT)
“ความสัมพันธ์ในสังคม และข้อคิดการใช้เวลากับธรรมชาติ-เสาหลักที่ 7 แห่งอนาคต” วิทยากรโดย ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ นายกสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย
โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อให้แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ได้เข้าใจและเห็นคุณค่าของเวชศาสตร์วิถีชีวิต พร้อมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน เสริมทักษะการดูแลผู้ป่วยด้วยแนวทางใหม่ที่เน้นสุขภาวะองค์รวม ขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะผ่านความเข้าใจและการสื่อสารอย่างลึกซึ้ง การดูแลซึ่งกันและกันในระดับครอบครัว ชุมชน และองค์กร ด้วยทักษะการสื่อสาร อย่างเข้าอกเข้าใจ (Empathic Communication) และการฝึกเจริญสติ ที่ช่วยให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในสังคม ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์











































