เอกสารประกอบการเรียนรู้และปฏิบัติงาน
คู่มือการเรียนรู้สำหรับน.ศ.พ. ปีที่ 4
แบ่งเป็น ภาควิชาฯ 4 สัปดาห์
รพ. สมทบ 4 สัปดาห์
จะแบ่ง นศพ. เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่ม A : รพ.ฝาง = 2-3 คน และ รพ. จอมทอง = 2-3 คน รวม 4-6 คน
กลุ่ม B : ในภาควิชา 14-16 คน
1. จัดกิจกรรมให้ นศพ. ได้ทำ อย่างน้อยตาม Log book ดังนี้
2. จัดทำ topic presentation 2-3 คนต่อเรื่อง (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)
3. เขียนรายงานสูติ หรือ gyne 1 ฉบับ (ส่งอาจารย์ที่ภาควิชาฯประเมิน) ให้เขียนในกระดาษ A4 ส่งพร้อม log book วันศุกร์สุดท้าย ที่เข้ามาสอบ MEQ โดยให้เซ็นในสมุดรับ ส่ง ไว้เป็นหลักฐาน โดยมีรูปแบบดังนี้ : patient profile, chief complaint, present illness, past history, family history, physical exam, pelvic exam, impression, discussion (เช่น differential diagnosis, plan of investigation, plan of management)
4. ภาควิชาจัดเวรให้ โดยถ้ามีความจำเป็นต้องแลกเวร ให้แจ้งอาจารย์ รพ. สมทบ ให้เรียบร้อย
5. ส่ง log book และรายงานที่ภาควิชาฯ ในวันศุกร์สุดท้ายของการฝึกปฏิบัติงานหรือวันที่กำหนดตามความเหมาะสม โดยให้เซ็นในสมุดรับ ส่ง ไว้เป็นหลักฐาน
6. รายละเอียดการให้คะแนน
{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_blue.css]}
| Knowledge (subjective) | Skill | Attitude | |
| การปฏิบัติงานในจุดต่างๆ และอยู่เวร | 25 | ||
| การทำ topic presentation | 10 | 5 | |
| การนำเสนอหัตถการ | 5 | 10 | – |
| การประเมินจำนวนหัตถการจาก Logbook | 30 | – | |
| การประเมินคุณภาพหัตถการ | 5 | – | |
| การเขียนรายงาน 1 ฉบับ | 10 | – | – |
| รวม | 25 | 45 | 30 |
7. การลา
1. การปฏิบัติงานในจุดต่างๆ
จำนวนนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ปฏิบัติงานในภาควิชา 14-16 คนต่อกลุ่มต่อ 4 สัปดาห์ แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน หมุนเวียนปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ ทุกสัปดาห์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. Ward OB-LR
2. OPD ANC
3. Ward GYN
4. OPD GYN
หมายเหตุ
กรณีที่มีวันหยุดราชการเพิ่มเติม นอกเหนือจากวันเสาร์-อาทิตย์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงการหมุนเวียนภายในแต่ละจุดได้ตามความเหมาะสม
2. การฝึกปฏิบัติกับหุ่นจำลอง (sim-mom) ในหัวข้อเรื่อง emergency in OB และการฝึกเย็บ perineum ในวันพุธ (13.00-15.00 น.) โดยให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมตามวันและเวลาที่ภาควิชาฯ กำหนด
3. การทำ case conference
ให้นักศึกษาแบ่ง 2 กลุ่มเพื่อทำ case conference จำนวน 2 เคส (สูติ 1 เคส และ นรีเวช 1 เคส) โดยเตรียมนำเสนอและอภิปรายให้อาจารย์ที่ orientate ประจำกลุ่มนั้นๆ ประเมินตามวันและเวลาที่กำหนด (ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ใช้เวลาประมาณ ½ – 1 ชั่วโมงต่อกลุ่ม)
Extern corner
(ไม่คิดเป็นคะแนน) เพื่อเปิดโอกาสให้ extern สอบถามข้อสงสัยทางวิชาการและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนและการทำงานในภาควิชา จัดในวันทำ case conference
4. การอยู่เวร
5. Activity ของภาควิชา ที่กำหนดให้ต้องเข้าร่วม
กรณีไม่ได้เข้าร่วม activity เช่น เข้าห้องผ่าตัด หรือทำคลอด ให้แจ้งเหตุผลพร้อมลายเซ็นของอาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้านที่ควบคุมในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย
6. การเขียนรายงาน
ให้เขียนรายงานผู้ป่วยรับใหม่สูติหรือนรีเวชจำนวน 1 ฉบับ โดยเขียนในกระดาษรายงานหรือกระดาษ A4 ไม่เกิน 3 แผ่น หรือ 6 หน้ากระดาษ (ไม่รวม partogram, ANC record) โดยมีรูปแบบดังนี้ : patient profile, chief complaint, present illness, past history, family history, physical exam, pelvic exam, problem lists, discussion (เช่น differential diagnosis, plan of investigation, plan of management), สรุป progression
7. การลา
8. การประเมินหัตถการจาก logbook
• ให้นักศึกษาทำหัตถการตาม minimal requirement ดังต่อไปนี้
กรณีที่ไม่มีหัตถการที่ระบุในช่วงผึกปฎิบัติงาน จะพิจารณาเพิ่มคะแนนตามจำนวนหัตถการที่ได้ทำเพิ่มเติมจากที่ระบุในข้อ 3-9
ส่งสมุดบันทึกการปฏิบัติงาน (log book) และรายงานไม่เกิน 3 วัน (วันพุธ) นับจากสิ้นสุดการปฏิบัติงานในภาควิชาสูติฯ ที่คุณสุรพร โดยต้องมีการเซ็นชื่อในสมุดรับส่ง เพื่อยืนยันว่าส่งจริง ส่งช้ากว่ากำหนด หักคะแนนวันละ 1 คะแนน ส่งช้าเกิน 2 เดือนให้ 0 คะแนน (จะโทรตามสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพียง 2 สัปดาห์ เท่านั้น)
9. รายละเอียดการให้คะแนน
การประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) แบ่งเป็นการประเมินในหัวข้อดังต่อไปนี้ โดยสัดส่วนคะแนนที่ได้มาจากการเรียนการสอน การสอบ และการเข้าร่วมกิจกรรมของภาควิชา ดังแสดงในตาราง
{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_blue.css]}
| Knowledge (subjective) | Skill | Attitude | |
| การปฏิบัติงานในจุดต่างๆ และอยู่เวร | 25 | ||
| การเข้า conference | 5 | 5 | |
| การนำเสนอหัตถการ | 5 | 10 | |
| การเขียนรายงาน 2 ฉบับ | 20 | – | |
| การประเมินจำนวนหัตถการจาก Logbook | 30 | – | |
| รวม | 25 | 45 | 30 |
หมายเหตุ:
รายนาม รพ. สมทบ
1. การจัดการเรียน การสอน
• ให้ นศพ. ได้มีการหมุนเวียนในการดูแลผู้ป่วย สูติกรรม และ นรีเวชกรรม โดยมีโอกาสได้ทำ minimal requirement ตามที่กำหนดไว้ดังนี้ โดยนศพ. จะต้องจดบันทึกการทำหัตถการในแผ่นพับ log book และขอให้อาจารย์ผู้ควบคุมเซ็นชื่อด้วยเพื่อยืนยันว่า นศพ. ทำจริงๆ
1. PV (pap) 5 ราย
2. ตรวจ ANC 2 ราย
3. ช่วยผ่าตัด gyne 3 ราย
4. ช่วยหรือทำ normal labor 3 ราย
5. ช่วยหรือทำ amniotomy 3 ราย
6. ช่วยหรือทำ curette (FC หรือ D&C หรือ endometrial sampling) 3 ราย
7. ช่วยทำหมัน 3 ราย
8. ช่วยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง 5 ราย
9. หัตถการอื่นๆ (เช่น V/E, F/E, ใส่ห่วง ฉีดยาคุม cervical biopsy, polypectomy เป็นต้น) 3 ราย
• จัดทำ case discussion หรือ Journal club เดือนละ 1 ครั้ง
• ทางภาควิชาฯ มีตัวอย่างลายเซ็นอาจารย์ รพ. สมทบ ทุกท่าน เพื่อใช้ตรวจสอบกับลายเซ็นในแผ่นพับ log book
• ทางภาควิชาฯ จะแจก log book รพ. สมทบให้ในวัน orientation รวม ของคณะ กรณีที่ นศพ. ทำ แผ่นพับ log book หาย ให้ download ได้จาก website ภาควิชาสูติศาสตร์ฯ
2. ทางรพ. สมทบ จะจัดทำสมุด รับ ส่ง แผ่นพับ log book เพื่อป้องกันปัญหาว่า นศพ. ได้ส่งจริงหรือไม่ ขอให้ทาง นศพ เซ็นชื่อ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานว่าส่งใน วัน เวลา ดังกล่าว จริงๆ และขอให้ทาง นศพ.ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานกรณี log book สูญหาย
3. เกณฑ์การประเมิน
ประเมินจาก การทำ / ช่วย หัตถการต่างๆ
ประเมินจาก
*ถ้ามีปัญหาขณะฝึกอบรมที่ รพ. สมทบ ให้ติดต่อ คุณ สุรพร ที่ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา โทร 053-935552-5, 081-7467187
การประเมินเพื่อตัดเกรดปลายปี มีคะแนนมาจาก 4 ส่วน
{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_blue.css]}
| ที่มาของคะแนน | เกณฑ์การตัดเกรด (น้ำหนักคะแนน) | ถ้าไม่ผ่าน ทำอย่างไร |
| 1. ภาควิชาเอง | MPL 60%, T score (40%) | ปฏิบัติงานเพิ่ม 10-14 วัน |
| 2. รพ สมทบ | MPL 60%, T score (40%) | ปฏิบัติงานเพิ่ม 10-14 วัน |
| 3. MCQ | ตกคือ mean < -2SD (15%) | สอบ MCQ |
| 4. MEQ | ตกคือ mean < -2SD (5%) ของแต่ละกลุ่ม | สอบ MEQ * |
หมายเหตุ
ถ้าซ่อม ข้อ 1-3 ผ่านให้เกรด C ,ซ่อมไม่ผ่าน (อันใดอันหนึ่ง หรือ ทั้ง 2 อัน)ให้ D+, ถ้าไม่ซ่อมให้ F
การซ่อม MEQ ให้ตามมาซ่อมช่วงที่มาสอบลง loop โดยสอบข้อสอบเดิมที่เคยสอบ 2 ข้อ หากผ่าน เกณฑ์ MPL ที่กำหนดไว้เดิมจะได้คะแนนเท่ากับคะแนนดิบเดิมที่ได้ไปคิด T-score
คู่มือด้านความรู้ สามารถ download ได้ที่ website ของภาควิชาฯ
1. มีผู้กล่าวว่า “ในโลกนี้ไม่มีใครสอนอะไรใครได้” เพราะการเรียนรู้นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้เรียนมีความสนใจอยากรู้ ครูจึงมีหน้าที่เร้าใจให้ผู้เรียนอยากเรียน
2. สิ่งที่ผู้เรียนควรจะได้เรียนไปพร้อมกัน คือ “วิธีเรียน” เนื้อหาของวิชาการต่างๆในโลกนี้มีปริมาณมาก และนับวันจะเพิ่มขึ้นทุกขณะ ถ้าผู้เรียนไม่รู้วิธีเรียน ก็จะไม่สามารถเรียนด้วยตนเองต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า “ครูจะช่วยให้นักเรียนรู้วิธีตกปลา แต่มิใช่จับปลามาให้นักเรียน”
3. ความสำเร็จในการเรียน ก็ยังคงอาศัยหลักง่ายๆ ถ้าเพียงผู้เรียนได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ คือ
“ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเรียนรู้วิชานี้ และวิชาอื่นๆ ต่อไป”
แบ่งเป็น ภาควิชาฯ 4 สัปดาห์
รพ. สมทบ 4 สัปดาห์
จะแบ่ง นศพ. เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่ม A : รพ.ฝาง = 2-3 คน และ รพ. จอมทอง = 2-3 คน รวม 4-6 คน
กลุ่ม B : ในภาควิชา 14-16 คน
1. จัดกิจกรรมให้ นศพ. ได้ทำ อย่างน้อยตาม Log book ดังนี้
2. จัดทำ topic presentation 2-3 คนต่อเรื่อง (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)
3. เขียนรายงานสูติ หรือ gyne 1 ฉบับ (ส่งอาจารย์ที่ภาควิชาฯประเมิน) ให้เขียนในกระดาษ A4 ส่งพร้อม log book วันศุกร์สุดท้าย ที่เข้ามาสอบ MEQ โดยให้เซ็นในสมุดรับ ส่ง ไว้เป็นหลักฐาน โดยมีรูปแบบดังนี้ : patient profile, chief complaint, present illness, past history, family history, physical exam, pelvic exam, impression, discussion (เช่น differential diagnosis, plan of investigation, plan of management)
4. ภาควิชาจัดเวรให้ โดยถ้ามีความจำเป็นต้องแลกเวร ให้แจ้งอาจารย์ รพ. สมทบ ให้เรียบร้อย
5. ส่ง log book และรายงานที่ภาควิชาฯ ในวันศุกร์สุดท้ายของการฝึกปฏิบัติงานหรือวันที่กำหนดตามความเหมาะสม โดยให้เซ็นในสมุดรับ ส่ง ไว้เป็นหลักฐาน
6. รายละเอียดการให้คะแนน
{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_blue.css]}
| Knowledge (subjective) | Skill | Attitude | |
| การปฏิบัติงานในจุดต่างๆ และอยู่เวร | 25 | ||
| การทำ topic presentation | 10 | 5 | |
| การนำเสนอหัตถการ | 5 | 10 | – |
| การประเมินจำนวนหัตถการจาก Logbook | 30 | – | |
| การประเมินคุณภาพหัตถการ | 5 | – | |
| การเขียนรายงาน 1 ฉบับ | 10 | – | – |
| รวม | 25 | 45 | 30 |
7. การลา
1. การปฏิบัติงานในจุดต่างๆ
จำนวนนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ปฏิบัติงานในภาควิชา 14-16 คนต่อกลุ่มต่อ 4 สัปดาห์ แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน หมุนเวียนปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ ทุกสัปดาห์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. Ward OB-LR
2. OPD ANC
3. Ward GYN
4. OPD GYN
หมายเหตุ
กรณีที่มีวันหยุดราชการเพิ่มเติม นอกเหนือจากวันเสาร์-อาทิตย์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงการหมุนเวียนภายในแต่ละจุดได้ตามความเหมาะสม
2. การฝึกปฏิบัติกับหุ่นจำลอง (sim-mom) ในหัวข้อเรื่อง emergency in OB และการฝึกเย็บ perineum ในวันพุธ (13.00-15.00 น.) โดยให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมตามวันและเวลาที่ภาควิชาฯ กำหนด
3. การทำ case conference
ให้นักศึกษาแบ่ง 2 กลุ่มเพื่อทำ case conference จำนวน 2 เคส (สูติ 1 เคส และ นรีเวช 1 เคส) โดยเตรียมนำเสนอและอภิปรายให้อาจารย์ที่ orientate ประจำกลุ่มนั้นๆ ประเมินตามวันและเวลาที่กำหนด (ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ใช้เวลาประมาณ ½ – 1 ชั่วโมงต่อกลุ่ม)
Extern corner
(ไม่คิดเป็นคะแนน) เพื่อเปิดโอกาสให้ extern สอบถามข้อสงสัยทางวิชาการและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนและการทำงานในภาควิชา จัดในวันทำ case conference
4. การอยู่เวร
5. Activity ของภาควิชา ที่กำหนดให้ต้องเข้าร่วม
กรณีไม่ได้เข้าร่วม activity เช่น เข้าห้องผ่าตัด หรือทำคลอด ให้แจ้งเหตุผลพร้อมลายเซ็นของอาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้านที่ควบคุมในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย
6. การเขียนรายงาน
ให้เขียนรายงานผู้ป่วยรับใหม่สูติหรือนรีเวชจำนวน 1 ฉบับ โดยเขียนในกระดาษรายงานหรือกระดาษ A4 ไม่เกิน 3 แผ่น หรือ 6 หน้ากระดาษ (ไม่รวม partogram, ANC record) โดยมีรูปแบบดังนี้ : patient profile, chief complaint, present illness, past history, family history, physical exam, pelvic exam, problem lists, discussion (เช่น differential diagnosis, plan of investigation, plan of management), สรุป progression
7. การลา
8. การประเมินหัตถการจาก logbook
• ให้นักศึกษาทำหัตถการตาม minimal requirement ดังต่อไปนี้
กรณีที่ไม่มีหัตถการที่ระบุในช่วงผึกปฎิบัติงาน จะพิจารณาเพิ่มคะแนนตามจำนวนหัตถการที่ได้ทำเพิ่มเติมจากที่ระบุในข้อ 3-9
ส่งสมุดบันทึกการปฏิบัติงาน (log book) และรายงานไม่เกิน 3 วัน (วันพุธ) นับจากสิ้นสุดการปฏิบัติงานในภาควิชาสูติฯ ที่คุณสุรพร โดยต้องมีการเซ็นชื่อในสมุดรับส่ง เพื่อยืนยันว่าส่งจริง ส่งช้ากว่ากำหนด หักคะแนนวันละ 1 คะแนน ส่งช้าเกิน 2 เดือนให้ 0 คะแนน (จะโทรตามสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพียง 2 สัปดาห์ เท่านั้น)
9. รายละเอียดการให้คะแนน
การประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) แบ่งเป็นการประเมินในหัวข้อดังต่อไปนี้ โดยสัดส่วนคะแนนที่ได้มาจากการเรียนการสอน การสอบ และการเข้าร่วมกิจกรรมของภาควิชา ดังแสดงในตาราง
{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_blue.css]}
| Knowledge (subjective) | Skill | Attitude | |
| การปฏิบัติงานในจุดต่างๆ และอยู่เวร | 25 | ||
| การเข้า conference | 5 | 5 | |
| การนำเสนอหัตถการ | 5 | 10 | |
| การเขียนรายงาน 2 ฉบับ | 20 | – | |
| การประเมินจำนวนหัตถการจาก Logbook | 30 | – | |
| รวม | 25 | 45 | 30 |
หมายเหตุ:
รายนาม รพ. สมทบ
1. การจัดการเรียน การสอน
• ให้ นศพ. ได้มีการหมุนเวียนในการดูแลผู้ป่วย สูติกรรม และ นรีเวชกรรม โดยมีโอกาสได้ทำ minimal requirement ตามที่กำหนดไว้ดังนี้ โดยนศพ. จะต้องจดบันทึกการทำหัตถการในแผ่นพับ log book และขอให้อาจารย์ผู้ควบคุมเซ็นชื่อด้วยเพื่อยืนยันว่า นศพ. ทำจริงๆ
1. PV (pap) 5 ราย
2. ตรวจ ANC 2 ราย
3. ช่วยผ่าตัด gyne 3 ราย
4. ช่วยหรือทำ normal labor 3 ราย
5. ช่วยหรือทำ amniotomy 3 ราย
6. ช่วยหรือทำ curette (FC หรือ D&C หรือ endometrial sampling) 3 ราย
7. ช่วยทำหมัน 3 ราย
8. ช่วยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง 5 ราย
9. หัตถการอื่นๆ (เช่น V/E, F/E, ใส่ห่วง ฉีดยาคุม cervical biopsy, polypectomy เป็นต้น) 3 ราย
• จัดทำ case discussion หรือ Journal club เดือนละ 1 ครั้ง
• ทางภาควิชาฯ มีตัวอย่างลายเซ็นอาจารย์ รพ. สมทบ ทุกท่าน เพื่อใช้ตรวจสอบกับลายเซ็นในแผ่นพับ log book
• ทางภาควิชาฯ จะแจก log book รพ. สมทบให้ในวัน orientation รวม ของคณะ กรณีที่ นศพ. ทำ แผ่นพับ log book หาย ให้ download ได้จาก website ภาควิชาสูติศาสตร์ฯ
2. ทางรพ. สมทบ จะจัดทำสมุด รับ ส่ง แผ่นพับ log book เพื่อป้องกันปัญหาว่า นศพ. ได้ส่งจริงหรือไม่ ขอให้ทาง นศพ เซ็นชื่อ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานว่าส่งใน วัน เวลา ดังกล่าว จริงๆ และขอให้ทาง นศพ.ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานกรณี log book สูญหาย
3. เกณฑ์การประเมิน
ประเมินจาก การทำ / ช่วย หัตถการต่างๆ
ประเมินจาก
*ถ้ามีปัญหาขณะฝึกอบรมที่ รพ. สมทบ ให้ติดต่อ คุณ สุรพร ที่ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา โทร 053-935552-5, 081-7467187
การประเมินเพื่อตัดเกรดปลายปี มีคะแนนมาจาก 4 ส่วน
{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_blue.css]}
| ที่มาของคะแนน | เกณฑ์การตัดเกรด (น้ำหนักคะแนน) | ถ้าไม่ผ่าน ทำอย่างไร |
| 1. ภาควิชาเอง | MPL 60%, T score (40%) | ปฏิบัติงานเพิ่ม 10-14 วัน |
| 2. รพ สมทบ | MPL 60%, T score (40%) | ปฏิบัติงานเพิ่ม 10-14 วัน |
| 3. MCQ | ตกคือ mean < -2SD (15%) | สอบ MCQ |
| 4. MEQ | ตกคือ mean < -2SD (5%) ของแต่ละกลุ่ม | สอบ MEQ * |
หมายเหตุ
ถ้าซ่อม ข้อ 1-3 ผ่านให้เกรด C ,ซ่อมไม่ผ่าน (อันใดอันหนึ่ง หรือ ทั้ง 2 อัน)ให้ D+, ถ้าไม่ซ่อมให้ F
การซ่อม MEQ ให้ตามมาซ่อมช่วงที่มาสอบลง loop โดยสอบข้อสอบเดิมที่เคยสอบ 2 ข้อ หากผ่าน เกณฑ์ MPL ที่กำหนดไว้เดิมจะได้คะแนนเท่ากับคะแนนดิบเดิมที่ได้ไปคิด T-score
คู่มือด้านความรู้ สามารถ download ได้ที่ website ของภาควิชาฯ
1. มีผู้กล่าวว่า “ในโลกนี้ไม่มีใครสอนอะไรใครได้” เพราะการเรียนรู้นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้เรียนมีความสนใจอยากรู้ ครูจึงมีหน้าที่เร้าใจให้ผู้เรียนอยากเรียน
2. สิ่งที่ผู้เรียนควรจะได้เรียนไปพร้อมกัน คือ “วิธีเรียน” เนื้อหาของวิชาการต่างๆในโลกนี้มีปริมาณมาก และนับวันจะเพิ่มขึ้นทุกขณะ ถ้าผู้เรียนไม่รู้วิธีเรียน ก็จะไม่สามารถเรียนด้วยตนเองต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า “ครูจะช่วยให้นักเรียนรู้วิธีตกปลา แต่มิใช่จับปลามาให้นักเรียน”
3. ความสำเร็จในการเรียน ก็ยังคงอาศัยหลักง่ายๆ ถ้าเพียงผู้เรียนได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ คือ
“ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเรียนรู้วิชานี้ และวิชาอื่นๆ ต่อไป”
ควรพิจารณาให้บริการในรายต่อไปนี้
ควรหลีกเลี่ยงทำหมันในรายที่มีโรคหรือภาวะผิดปกติต่อไปนี้
คุณสมบัติ :
1. การเตรียมผู้ป่วย
2. การให้ยาสลบ
ให้ neuroleptanalgesia เช่น Pethidine 75-100 mg. ร่วมกับ Droperidol 2.5 mg. หรือ Valium 5-10 mg. เข้าทางหลอดเลือดดำช้าๆ ก่อนทำประมาณ 10 นาทีโดยทำ local infiltration 1 % Xylocaine 10-20 ml.ร่วมด้วยบริเวณที่จะทำผ่าตัด
3. วิธีการทำ
การลงแผลที่หน้าท้อง มีหลายแบบ คือ
Infraumbilical : แผลใต้สะดือ กรีดตามแนวโค้งขอบล่างของสะดือประมาณ 3 ซม. ได้ประโยชน์ด้านความสวยงาม เมื่อแผลหายแล้วจะซ่อนอยู่ตามรอยย่นของสะดือ ข้อเสียคือ ถ้าทำหลังคลอดหลายวัน มดลูกลงมาอยู่ใต้ระดับสะดือมากแล้วจะหาท่อนำไข่ยาก
Vertical : แผลตามแนวกลางลำตัว ยาว 3 – 4 ซม. ต่ำกว่ายอดมดลูกประมาณ 2 ความกว้างนิ้วมือโดยใช้มือคลำหาตำแหน่งยอดมดลูก กรีดผ่านชั้นผิวหนัง ลงไปถึง subcutaneous tissue และถึง rectus sheath ใช้ tissue forceps จับ rectus sheathแล้วใช้มีดกรีดประมาณ 1 ซม. แยกกล้ามเนื้อ rectus ไปสองข้างใช้ arterial forceps จับ peritoneum ดึงขึ้นแล้วใช้มือคลำดูว่าไม่ได้จับติดอวัยวะภายในช่องท้อง หรือ omentum ติดมาด้วย ตัด peritoneum ตามแนวดิ่ง
Transverse : แผลตามแนวขวางยาวประมาณ 3 – 4 ซม. ต่ำกว่ายอดมดลูกประมาณ 2 ความกว้างนิ้วมือ
4. การเย็บปิด
• เย็บปิด peritoneum รวมกับ sheath หรือแยกกันก็ได้ด้วย chromic catgut เบอร์ 2/ 0 หรือ Vicryl เบอร์ 3/ 0
• เย็บผิวหนังด้วย Nylon เบอร์ 3/ 0 แบบ vertical mattress หรือ interrupted suture หรือใช้ Vicryl เบอร์ 3/0 เย็บต่อแบบ subcuticular stitches
• ทาน้ำยาฆ่าเชื้อปิดแผลด้วยgauze หรือ plaster
• แนะนำผู้ป่วยไม่ให้แผลถูกน้ำ 7 วัน ถ้าไม่ได้เย็บด้วยไหมละลายให้ตัดไหม ร.พ. ใกล้บ้าน และต้องตามดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เช่นเลือดออก มีการอักเสบ และให้ยาระงับปวด




รูปแสดงการทำหมัน
A : ใช้ Babcock’s clamps จับท่อนำไข่ไว้บริเวณ ampulla ซึ่งจะห่างจาก cornue มาประมาณ 3-4 ซม ยกขึ้น
B: ผูก loop ที่ท่อนำไข่ที่ยกขึ้นด้วย chromic catgut เบอร์ 2-0 โดย loop นี้ยาวประมาณ 1-1.5 ซม. อาจใช้ arterial clamps บีบท่อนำไข่ 2 ข้าง ห่างจาก Babcock clamps ประมาณ 1-1.5 ซม. ก่อนที่จะผูกก็ได้ หรืออาจจะเย็บ mesosalpinx โยระวังไม่ให้ถูก vessels ด้วย chromic catgut เบอร์ 0 หรือ 2/0 ผูกท่อนำไข่ด้านหนึ่งแล้วอ้อมไปผูกอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
C: ใช้กรรไกร Metzenbaum ตัด loop ของท่อนำไข่เหนือรอยผูกประมาณ 3 มม.
D: สภาพท่อนำไข่เมื่อไหมละลาย
ควรพิจารณาให้บริการในรายต่อไปนี้
ควรหลีกเลี่ยงทำหมันในรายที่มีโรคหรือภาวะผิดปกติต่อไปนี้
คุณสมบัติ :
1. การเตรียมผู้ป่วย
2. การให้ยาสลบ
ให้ neuroleptanalgesia เช่น Pethidine 75-100 mg. ร่วมกับ Droperidol 2.5 mg. หรือ Valium 5-10 mg. เข้าทางหลอดเลือดดำช้าๆ ก่อนทำประมาณ 10 นาทีโดยทำ local infiltration 1 % Xylocaine 10-20 ml.ร่วมด้วยบริเวณที่จะทำผ่าตัด
3. วิธีการทำ
การลงแผลที่หน้าท้อง มีหลายแบบ คือ
Infraumbilical : แผลใต้สะดือ กรีดตามแนวโค้งขอบล่างของสะดือประมาณ 3 ซม. ได้ประโยชน์ด้านความสวยงาม เมื่อแผลหายแล้วจะซ่อนอยู่ตามรอยย่นของสะดือ ข้อเสียคือ ถ้าทำหลังคลอดหลายวัน มดลูกลงมาอยู่ใต้ระดับสะดือมากแล้วจะหาท่อนำไข่ยาก
Vertical : แผลตามแนวกลางลำตัว ยาว 3 – 4 ซม. ต่ำกว่ายอดมดลูกประมาณ 2 ความกว้างนิ้วมือโดยใช้มือคลำหาตำแหน่งยอดมดลูก กรีดผ่านชั้นผิวหนัง ลงไปถึง subcutaneous tissue และถึง rectus sheath ใช้ tissue forceps จับ rectus sheathแล้วใช้มีดกรีดประมาณ 1 ซม. แยกกล้ามเนื้อ rectus ไปสองข้างใช้ arterial forceps จับ peritoneum ดึงขึ้นแล้วใช้มือคลำดูว่าไม่ได้จับติดอวัยวะภายในช่องท้อง หรือ omentum ติดมาด้วย ตัด peritoneum ตามแนวดิ่ง
Transverse : แผลตามแนวขวางยาวประมาณ 3 – 4 ซม. ต่ำกว่ายอดมดลูกประมาณ 2 ความกว้างนิ้วมือ
4. การเย็บปิด
• เย็บปิด peritoneum รวมกับ sheath หรือแยกกันก็ได้ด้วย chromic catgut เบอร์ 2/ 0 หรือ Vicryl เบอร์ 3/ 0
• เย็บผิวหนังด้วย Nylon เบอร์ 3/ 0 แบบ vertical mattress หรือ interrupted suture หรือใช้ Vicryl เบอร์ 3/0 เย็บต่อแบบ subcuticular stitches
• ทาน้ำยาฆ่าเชื้อปิดแผลด้วยgauze หรือ plaster
• แนะนำผู้ป่วยไม่ให้แผลถูกน้ำ 7 วัน ถ้าไม่ได้เย็บด้วยไหมละลายให้ตัดไหม ร.พ. ใกล้บ้าน และต้องตามดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เช่นเลือดออก มีการอักเสบ และให้ยาระงับปวด




รูปแสดงการทำหมัน
A : ใช้ Babcock’s clamps จับท่อนำไข่ไว้บริเวณ ampulla ซึ่งจะห่างจาก cornue มาประมาณ 3-4 ซม ยกขึ้น
B: ผูก loop ที่ท่อนำไข่ที่ยกขึ้นด้วย chromic catgut เบอร์ 2-0 โดย loop นี้ยาวประมาณ 1-1.5 ซม. อาจใช้ arterial clamps บีบท่อนำไข่ 2 ข้าง ห่างจาก Babcock clamps ประมาณ 1-1.5 ซม. ก่อนที่จะผูกก็ได้ หรืออาจจะเย็บ mesosalpinx โยระวังไม่ให้ถูก vessels ด้วย chromic catgut เบอร์ 0 หรือ 2/0 ผูกท่อนำไข่ด้านหนึ่งแล้วอ้อมไปผูกอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
C: ใช้กรรไกร Metzenbaum ตัด loop ของท่อนำไข่เหนือรอยผูกประมาณ 3 มม.
D: สภาพท่อนำไข่เมื่อไหมละลาย

