Micrognathia

Micrognathia

บทนำ

คางเล็ก (micrognathia) หรือขากรรไกรล่างไม่เจริญมักเกิดจากพัฒนาการผิดปกติของ branchial arch อันที่ 1 และการเคลื่อนอพยพของเซลล์ neural crest มาบริเวณนี้ พบร่วมกับหัวใจพิการได้บ่อย

สาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะคางเล็ก

  • Treacher Collins syndrome (mandibulofacial dysostosis)
  • Goldenhar syndrome (hemifacial microsomia)
  • Pierre Robin syndrome
  • Seckel syndrome
  • lethal multiple pterygium syndrome
  • Trisomy 12-21
  • ความผิดปกติของกระดูกบางอย่าง เช่น campomelic dysplasia, achondrogenesis หรือ Nager arcrofacial dysostosis เป็นต้น

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงวิวรายละเอียดใบหน้าในแนวกลางหน้า จะมีประโยชน์มากที่สุดในการประเมินขนาดขากรรไกรเมื่อเทียบกับสัดส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า ในวิว coronal ก็อาจเห็นได้แต่เปรียบเทียบกับส่วนอื่น ๆ ได้ไม่ดี คางเล็กนับเป็นความผิดปกติของหน้า ที่วินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงได้บ่อยมากที่สุดประการหนึ่ง
การตรวจพบคางเล็กมักจะเป็นสิ่งเตือนใจให้ค้นหาความผิดปกติอื่น ๆ อย่างละเอียด รวมทั้งตรวจโครโมโซมด้วย เนื่องจากโครโมโซมผิดปกติประมาณร้อยละ 28

[image_swap image_id=”286″]
[image_swap image_id=”287″]

Micrognathia
Facial profile view: receding jaw

Micrognathia
Facial profile view: receding jaw

[image_swap image_id=”288″]
[image_swap image_id=”289″ image_id2=”21056″]

Micrognathia
Facial profile view: receding jaw

Micrognathia & proboscis
Facial profile view: supraaorbital proboscis and very small jaw associated with trisomy 13

Classic Images


Read More

Macroglossia

Macroglossia

สาเหตุ

  • ลิ้นโต (Macroglossia) : สาเหตุที่ทำให้มีภาวะลิ้นโตผิดปกติได้แก่
  • Beckwith-Wiedeman syndrome
  • Congenital ichthyosis (Harlequin fetus)
  • Mucopolysacharide syndromes
  • Athyrotic hypothyroidism
  • ความผิดปกติของโครโมโซม

 การวินิจฉัยทางคลื่นเสียงความถี่สูง

อาศัยการสังเกตเห็นลักษณะสำคัญได้แก่ ปากเปิดกว้าง ริมฝีปากปลิ้นออกชัดเจน ลิ้นโต จมูกฝ่อ คางเล็ก แขนขาบวม ไม่เห็นการหายใจ มีแผ่นเยื่อในโพรงมดลูก

[image_swap image_id=”280″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”281″ caption_urls=”” image_id2=”21048″]

Classic Images


Read More

Hypotelorism / Hypertelorism

Hypotelorism / Hypertelorism

Hypotelorism

คือภาวะที่ระยะห่างระหว่างเบ้าตาทั้งสองข้างสั้นเข้า อาจเข้ามาชิดติดกันจนเป็นตาเดียว เรียกว่า cyclopia อาจสัมพันธ์กับความผิดปกติอื่น ๆ ได้ดังนี้

  • Holoprosencephaly พบได้บ่อยที่สุด
  • ความผิดปกติของโครโมโซม (trisomy 13, trisomy 21, 18p-, 5p-, 14q+)
  • กระโหลกเล็ก
  • Meckel-Gruber syndrome
  • Myotonic dystrophy
  • Williams syndrome
  • Oculodental dysplasia
  • Trigonocephaly
[image_swap image_id=”274″ image_id2=”20997″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”275″ image_id2=”20998″ caption_urls=””]

Hypotelorism
Coronal view of the face: hypoteloism associated with trisomy 13

Cyclopia and proboscis
Transverse scan of the skull showing fused orbit (*) and the proboscis

Hypertelorism

ระยะห่างระหว่างเบ้าตาห่างกันมากผิดปกติ อาจเป็นความผิดปกติเดี่ยว ๆ หรือร่วมกับความผิดปกติอื่น ๆ เช่น cephalocele ส่วนหน้า และมีความเสี่ยงต่อการเกิดซ้ำด้วย ส่วนมากที่วินิจฉัยก่อนคลอดจะมี cephalocele ส่วนหน้าร่วมด้วย สาเหตุสำคัญของ hypertelorism ได้แก่

  • เป็นเดี่ยว ๆ (primary)
  • เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการอื่นๆ (secondary)
  • Cephalocele ส่วนหน้า พบได้บ่อยที่สุด
  • Median cleft syndrome
  • Craniosynostosis (Alpert’s, Crouzon’s, Carpenter’s syndrome)

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

  • วัดระยะห่างของเบ้าตาได้มากกว่าปกติ
  • fronto-ethmoidal cephalocele ยื่นออกมาจากรอยแยกของกระดูก frontal มองเห็นก้อนบริเวณใกล้ ๆ เบ้าตา
  • เห็นรอยแยกกระดูกกระโหลก frontal จะช่วยในการวินิจฉัยมาก
  • การวินิจฉัย cephalocele ส่วนหน้าควรแยกจากก้อนอื่นที่หน้าผากคือ ถุงน้ำท่อน้ำตา
  • Orbital duplication
  • Hemangioma
  • Dermoid cyst
  • อาจพบ cephalocele ที่ส่วนอื่น เช่น ท้ายทอย บางรายศีรษะขนาดเล็ก หรือมีความพิการหลายอย่าง

Classic Images


    

Read More

Facial Masses

Facial Masses

บทนำ

ก้อนผิดปกติที่บริเวณใบหน้าส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณรอบ ๆ เบ้า ตา การพบก้อนบริเวณนี้ ควรให้การวินิจฉัยแยกโรคดังนี้

  • Proboscis: ลักษณะเป็นแท่งเนื้อตันของจมูกที่พัฒนาการผิดปกติ สัมพันธ์ภาวะที่เบ้าตาอยู่ชิดกันมากผิดปกติ และ/หรือ holoprosencephaly เกือบทุกราย
  • Daccryocystoceles: ถุงท่อน้ำตา มีลักษณะถุงน้ำ โปร่ง ใส อยู่ตำแหน่งใต้และในต่อเบ้าตา โดยไม่มีการดันให้ลูกตาเคลื่อนออกไป แต่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวกลอกลูกตาด้วย
  • Hemangioma: ถุงน้ำ / เนื้อตัน ความเข้มเสียงคล้ายรก มีแอ่งไหลเวียนเลือดภายใน ซึ่งแสดงได้โดย Doppler signal.
  • Anterior cephalocele: มักจะเป็นก้อนอยู่แนวกลางหน้า ดันลูกตาไปทางด้านล่าง และออกด้านข้าง มีรอยโหว่ของกระดูกกะโหลกส่วนหน้า
  • Teratoma / dermoid cyst: อาจเป็นเนื้อตัน หรือถุงน้ำ โครงสร้างซับซ้อน บางทีมีหินปูนจับ
  • Anterior cystic hygroma: พบได้น้อยมาก มีลักษณะเป็นถุงน้ำ มีช่องกั้นแยกห้อง ขนาดแปรปรวน
[image_swap image_id=”267″ image_id2=”20915″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”268″ image_id2=”20916″ caption_urls=””]

Facial mass : Proboscis
Facial profile view: proboscis (arrow), absent nose

Facial mass : Anterior meningocele
Facial profile view: midline cystic mass at the forehead

Classic Images


Read More

Cleft Lip / Palate

Cleft Lip / Palate

บทนำ

ปากแหว่ง/เพดานโหว่ เป็นความพิการโดยกำเนิดของใบหน้าที่พบได้บ่อยที่สุด คือ 1 ใน 800 ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่พบ 1 ใน 1,300 และปากแหว่งเดี่ยว ๆ หรือเพดานโหว่เดี่ยว ๆ พบ 1 ใน 2,000 ส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุ มีไม่ถึงร้อยละ 10 ของภาวะนี้ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการอื่น ๆ ในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการอื่นนั้นมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ multifactorial โอกาสเป็นซ้ำในครรภ์ต่อไปร้อยละ 4 และถ้าบุตรสองคนแรกมีความพิการนี้ คนต่อไปมีโอกาสเป็นร้อยละ 17

กลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับปากแหว่งเพดานโหว่ซึ่งพบได้บ่อย

  • พันธุกรรม
  • กลุ่มความผิดปกติหลาย ๆ อย่าง
  • ความผิดปกติของโครโมโซม
  • Trisomy 13
  • Trisomy 18
  • Trisomy 21
  • XXXXY syndrome
  • Translocation อื่น ๆ
  • Triploidy
  • กลุ่มอาการที่ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรม
  • Amniotic band syndrome
  • Holoprosencephaly
  • Encephalocele
  • Median cleft face syndrome
  • Teratoma ของปาก
  • ไม่มีกระโหลก
  • หัวใจพิการโดยกำเนิด

 แบ่งภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ออกได้ดังนี้

  • ชนิด paramedian มีแนวร่องแยกระหว่างฟันหน้าและเขี้ยว เป็นข้างซ้ายได้บ่อยกว่าข้างขวา เป็นสองข้างได้ร้อยละ 20 ร้อยละ 25 ปากแหว่งอย่างเดียว ร้อยละ 25 เพดานโหว่อย่างเดียว ร้อยละ 50 พบร่วมกันทั้งปากแหว่งและเพดานโหว่
  • ชนิด median cleft พบน้อย มักร่วมกับ holoprosencephaly
  • ชนิดที่ไม่มีตำแหน่งแน่นอน ซึ่งเกิดขึ้นในราย amniotic band syndrome

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

  • เห็นรอยแหว่งโดยตรงใน frontal scan ของหน้าอย่างละเอียดอ่อน วางหัวตรวจใต้คาง หน้าผาก หรือข้างแก้ม และปรับตรวจเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณริมฝีปากให้ได้ตลอดแนว คาง โหนกแก้ม จมูก
  • ใน sagittal view มีประโยชน์ในบางกรณี สำหรับเพดานโหว่จะซ่อนเร้นกว่า แต่สามารถตรวจได้ด้วยการเลื่อน frontal scan ของหน้าออกไปทางด้านหลังอีกอาจเห็นเพดานโหว่จากการรวมกันไม่สมบูรณ์ของ maxillary ridge แต่ต้องระวังผลบวกลวงจากเงาดำของ maxilla
[image_swap image_id=”250″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”251″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”252″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”253″ caption_urls=””]

Classic Images


Read More

Holoprosencephaly

Holoprosencephaly

บทนำ

Holoprosencephaly (HP) คือการที่สมองส่วนหน้า (prosencephalon) ไม่แยกตัวออกจากกัน เพื่อพัฒนาไปเป็นซีกสมองทั้งสองข้าง หรือแยกออกจากกันไม่สมบูรณ์ ทำให้สมองใหญ่แทนที่จะเป็นสองซึกกลับรวมตัวเข้าด้วยกัน พบได้ 1:5200 ถึง 1:16,000 ของการคลอดรอดชีวิต แบ่งออกได้สามชนิดคือ

1. alobar HP เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด และวินิจฉัยก่อนคลอดได้บ่อยที่สุด สมองส่วนหน้าไม่แยกจากกันเลย มีแต่เพียงขยายใหญ่ขึ้นโดยมี ventricle ดั้งเดิมอันเดียวที่ไม่พัฒนาไปเป็น lateral ventricles อยู่ตรงกลางและขยายโตขึ้น มีลักษณะเฉพาะคือ
Thalamus เชื่อมติดกัน

    • Ventricle เดียว ไม่มี third ventricle
    • ไม่มี falx cerebri
    • ความผิดปกติของใบหน้า
    • ไม่มี neurohypophysis ไม่มี olfactory bulbs และ tracts

2. semilobar HP สมองสองข้างแยกบางส่วนทางด้านหลัง ทำให้เห็นสมองพยายามแยกเป็นสองซีกแต่ไม่สมบูรณ์ข้างในยังคงมี ventricle อันเดียวที่มีการแยกส่วนเล็กน้อย พบความผิดปกติของใบหน้าได้บ่อย

3. lobar HP ซึ่งรุนแรงน้อยที่สุด มักวินิจฉัยได้หลังคลอด มีการแยกกันของ ventricle และ thalamus แต่ไม่มี septum pellucidum และ olfactory tract

Alobar และ semilobar HP ส่วนบนของ ventricle ที่มีเพียงอันเดียว อาจยื่นโตเป็นบอลลูน แทรกเนื้อสมองออกถึงกระโหลกเกิดเป็นถุงน้ำซึ่งเรียกว่า dorsal sac ขนาดต่าง ๆ ทำให้แยกย่อยออก เป็น 3 ชนิดคือ pancake, cup และ ball ดังไดอะแกรม โดยมากทารกมักตายในเวลาสั้น ๆ หลังคลอด แต่ชนิด lobar อาจรอดได้แต่ก็มักมีสติปัญญาบกพร่อง

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

ลักษณะสำคัญของของ HP ทั้งสามชนิด

Alobar (พบได้บ่อยที่สุด)

  • thalamus เชื่อมติดกัน
  • lateral ventricles รวมกันเป็นอันเดียว
  • ไม่มี falx cerebr
  • ไม่มี septum pellucidum
  • มีความผิดปกติของใบหน้าร่วมได้บ่อย
  • อาจพบ dorsal sac เป็นช่องว่างที่อาจไม่เห็นเนื้อสมองไปจนถึงกระโหลกศีรษะ ซึ่งถ้าสังเกตอย่างละเอียดมักพบเนื้อเยื่อสมองแยกคั่นระหว่าง dorsal sac กับ ventricle เหลืออยู่บ้าง

Semilobar (พบได้น้อยที่สุด)

  • thalamus เชื่อมติดกัน
  • lateral ventricles รวมกันเป็นอันเดียว เนื้อสมองมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนท้ายทอย
  • มี falx และแยก ventricle บางส่วน โดยเฉพาะด้านหลัง
  • ไม่มี septum pellucidum
  • อาจพบ dorsal sac
  • มีความผิดปกติของใบหน้า

Lobar (มักพบในวัยเด็ก)

  • lateral ventricles แยกเป็นสองข้างได้เกือบสมบูรณ์ มี frontal horn เป็นรูปสี่เหลี่ยม
  • ไม่มี cavum septum pellucidum
  • อาจมี ventriculomegaly
  • กายวิภาคในกระโหลกส่วนใหญ่เหมือนปกติ
[image_swap image_id=”233″]
[image_swap image_id=”234″ image_id2=”20948″]

Holoprosencephaly, cyclopia & proboscis
Common lateral ventricle (*), fused orbits and proboscis (arrow)

Holoprosencephaly & proboscis
Common lateral ventricle and proboscis

[image_swap image_id=”235″ image_id2=”20950″]
[image_swap image_id=”236″ image_id2=”20951″]

Holoprosencephaly
Common lateral ventricle and fused thalamus, no falx cerebri with severe brain desrtuction

Holoprosencephaly
Common lateral ventricle and fused thalamus, no falx cerebri with severe brain destruction

[image_swap image_id=”237″ image_id2=”20952″]
[image_swap image_id=”238″]

Holoprosencephaly
Common lateral ventricle, no falx cerebri, severe brain destruction with dorsal sac

Holoprosencephaly, hypotelorism & proboscis
Left: common lateral ventricle (CV), Right: hypotelorism (arrow) and proboscis

[image_swap image_id=”239″ image_id2=”20954″]
[image_swap image_id=”240″ image_id2=”20955″]

Holoprosencephaly
Oblique coronal scan of the skull: common ventricle (solid circle)

Semilobar holoprosencephaly
Oblique coronal scan of the skull: common ventricle (*) with partial separation (solid circle = orbits)

Classic Images


Read More

Exencephaly

Exencephaly (Acrania)

บทนำ

Exencephaly เป็นภาวะที่กะโหลกศึรษะหายไปบางส่วนหรือทั้งหมดในทำนองเดียวกับภาวะ anencephaly (1-3) แต่ยังคงมีเนื้อสมองอยู่ ลอยอิสระในน้ำคร่ำ เชื่อว่าเป็นภาวะที่จะดำเนินไปสู่ anencephaly เมื่อเนื้อสมองถูกย่อยสลายไป พยากรณ์โรคไม่ดี ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

  • ไม่พบกะโหลกศีรษะ วัด BPD ไม่ได้ แต่เห็นเนื้อสมองในปริมาณมากลอยอิสระในน้ำคร่ำ
  • วิวหน้าตรงของใบหน้าให้ลักษณะ frog face appearance
  • รูปร่างและโครงสร้างภายในสมองผิดปกติ
  • การตรวจในไตรมาสแรกอาจพบสมองปูดออกไปด้านข้างทั้งสอง เป็น bilobed head ซึ่งให้ลักษณะที่เรียกว่า Mickey Mouse head
  • น้ำคร่ำขุ่น (ประมาณเกือบร้อยละ 90)
  • ควรวินิจฉัยแยกโรคจากภาวะกะโหลกโปร่งบาง เช่น osteogenesis imperfecta type II, hypophosphatasia เป็นต้น
[image_swap image_id=”220″ image_id2=”20908″]
[image_swap image_id=”221″]

Exencephaly
Coronal scan of the fetus at 10 weeks: no skull above the orbits

Exencephaly/anencepahly
Coronal scan of the fetus at 11 weeks: no skull above the orbits (large arrow), omphalocele (small arrow)

[image_swap image_id=”222″ image_id2=”20909″]
[image_swap image_id=”223″ image_id2=”20910″]

Exencephaly
Sagittal scan: free floating brain with meninges, no covering skull and skin

Exencephaly
Free floating large brain mass without covering skull and skin

[image_swap image_id=”224″]
[image_swap image_id=”225″]

Exencephaly
Coronal scan of the face: significant brain tissue (arrowhead) above the orbits (circle) without skull

Acalvaria
Large well-organized brain mass covered by skin (arrow), without skull

Classic Images


Read More

Dandy-Walker Malformation

Dandy-Walker Malformation (DWM)

บทนำ

DWM เป็นภาวะที่ cerebellar vermis หายไปบางส่วนหรือทั้งหมด ร่วมกับ fourth ventricle ขยายใหญ่เป็นถุงน้ำ posterior fossa มักขยายใหญ่ และ tentorium ถูกดันสูงขึ้น เข้าใจว่าเกิดจากพัฒนาการบกพร่องของหลังคา fourth ventricle ในขณะเป็นตัวอ่อน ซึ่งอาจเกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น Meckel-Gruber syndrome, Walker-Warburg syndrome, trisomy 9, 18 การติดเชื้อ CMV, toxoplasmosis เป็นต้น 5-10 ของ hydrocephalus และร้อยละ 80 ของ DWM มี hydrocephalus มีน้อยรายถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ X-linked ได้
ประมาณร้อยละ 80 มี hydrocephalus และร้อยละ 50 มีความผิดปกติอื่น ๆ นอกระบบประสาท ซึ่งที่พบได้คือ ACC, cephalocele, aqueductal stenosis, microcephaly, lipoma ความผิดปกติของ gyri ความผิดปกติของหัวใจ ใบหน้า ทางเดินปัสสาวะ และนิ้วเกิน
อัตราการตายสูง สติปัญญาบกพร่องพบได้บ่อยมาก ในรายที่ไม่มีความผิดปกติอื่นร่วมด้วยจะมีพยากรณ์ดีกว่าและมีพัฒนาการปกติได้จำนวนมาก

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

  • cerebellar vermis หายไปทั้งหมดหรือบางส่วน
  • fourth ventricle ขยายใหญ่ขึ้น เป็น posterior fossa cyst ในแนวกลาง มีได้หลายขนาด และดัน cerebellum ไปข้างหน้าต้านกับ tentorium cyst นี้ไม่ควรสับสนกับ cisterna magna ปกติซึ่งจะมีขนาดกว้างไม่เกิน 10 มม.
  • cerebellar hemispheres แยกออกจากกัน
  • lateral ventricles โตได้บ่อย ๆ แต่ไม่เสมอไป (พบโดยคลื่นเสียงร้อยละ 50-80)
[image_swap image_id=”213″ image_id2=”20839″]
[image_swap image_id=”214″ image_id2=”20840″]

Dandy-Walker malformation
Transcerebellar view: posterior fossa cyst, separation of cerebellar hemisphere (*), absent vermis (solid circle)

Dandy-Walker malformation
Transcerebellar view: posterior fossa cyst (solid circle), separation of cerebellar hemisphere (*), absent vermis (arrow = associated ventriculomegaly)

[image_swap image_id=”215″]
[image_swap image_id=”216″]

Strawberry-shaped skull
Transverse scan of the skull: strawberry-shaped skull with dilated cisterna magna (arrow) (*cerebellum)

Mild dilated cisterna magnana
Transverse scan of the skull: mild dilatation of cisterna magna (*) with nuchal thickening (arrow)

Classic Images


Read More

Destructive Brain Lesions

Destructive Brain Lesions

บทนำ

พยาธิสภาพการทำลายสมอง (porencephaly / schizencephaly / hydranencephaly)

Porencephaly คือพยาธิสภาพจากการทำลายเนื้อสมองทำให้เกิดโพรงถุงน้ำของ CSF ขึ้นแทน ซึ่งโพรงเหล่านี้อาจต่อกับระบบ ventricle และ subarachnoid space การทำลายอาจเกิดจากเส้นเลือดอุดตัน หรือการอักเสบ และน้อยรายถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีการทำลายเนื้อสมองในขนาดต่าง ๆ เป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นข้างเดียว เชื่อว่ามีการทำลายตั้งแต่ระยะแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดแอ่งน้ำในสมอง ขอบเรียบ เชื่อมต่อกับ ventricle โดยตรง จะทำลายตลอดชั้นความหนาของเนื้อสมอง โพรงพยาธิสภาพจึงบุด้วย white matter

Hydranencephaly เป็นพยาธิสภาพการทำลายสมองที่รุนแรงสุดของ porencephaly คือสมองสองข้างกลายเป็นโพรงถุงน้ำ เชื่อว่าสาเหตุหลักเกิดจากการอุดตันของเส้นเลือดแดง internal carotid ทั้งสองข้าง ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1 ต่อ 10,000 ของการคลอด

Schizencephaly สมองแหว่งเป็นบางส่วน ภาพจากคลื่นเสียงคล้ายกับ porenecephaly แต่เชื่อว่าพยาธิกำเนิดแตกต่างกัน เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติในพัฒนาการมากกว่าการถูกทำลาย เกิดจากการเจริญไม่ดีของสมองส่วนนั้น โพรงพยาธิสภาพจึงบุด้วย grey matter ซึ่งต่างจาก porencephaly

พยาธิสภาพกลุ่มนี้มักไม่มีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย porencephaly และ schizencephaly มีอาการทางคลินิกได้หลายระดับความรุนแรงแล้วแต่ตำแหน่งและขนาดของพยาธิสภาพ เช่นชัก ปัญญาอ่อน สายตาผิดปกติ หัวบาตร ส่วน hydranencephaly ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

1. Porencephaly พบโพรงน้ำอยู่ในเนื้อสมองซึ่งอยู่ในตำแหน่งปกติ มีลักษณะสำคัญคือ

  • มักเป็นโพรงน้ำในสมองที่พบข้างเดียว
  • มักติดต่อกับ lateral ventricles หรือ subarachnoid space
  • ความผิดปกติอื่น ที่พบร่วมบ่อย ได้แก่ ครรภ์แฝดน้ำ ศีรษะโต ventricle โต
  • โพรงพยาธิสภาพบุด้วย white matter ตรวจได้ด้วย MRI หลังคลอด

2. Schizencephaly พบโพรงน้ำในสมองซึ่งอาจแยกจาก porencephaly ด้วยคลื่นเสียงไม่ได้ มีโพรงน้ำของเนื้อสมองอาจติดต่อกับ ventricle หรือไม่ก็ได้ มักเป็นสองข้าง แต่ข้างเดียวก็พบได้

3. Hydranencephaly มีลักษณะทางคลื่นเสียงคือ

  • กระโหลกมีแต่น้ำไม่พบเนื้อสมอง แต่บางรายสมองส่วน occipital อาจเหลืออยู่บ้าง
  • มี midbrain, posterior fossa, thalamus, basal ganglia และ tentorium
  • Falx ยังมีอยู่แต่อาจถูกเบี่ยงออกจากแนวกลาง ในน้อยราย falx ก็อาจหายไปได้
  • มีศีรษะโตเกือบทุกราย อาจเนื่องจาก choroid สร้าง CSF อย่างต่อเนื่อง
  • ครรภ์แฝดน้ำเกิดร่วมด้วยทุกราย
  • Thalamus ไม่เชื่อมรวมกัน
[image_swap image_id=”200″ image_id2=”20845″]
[image_swap image_id=”201″ image_id2=”20846″]

Hydranencephaly
Transverse scan of the skull: absent brain tissue, present falx cerebri (arrow), abnormal fused thalamus (*)

Hydranencephaly
Transverse scan of the skull: absent cerebral tissue, present falx cerebri (arrow), abnormal fused thalamus, and normal posterior fossa (*)

[image_swap image_id=”202″ image_id2=”20847″]
[image_swap image_id=”203″ image_id2=”20848″]

Hydranencephaly
Transverse scan of the skull: absent brain tissue, present falx cerebri (arrow)

Porencephaly
Transthalamic view: only small part of brain tissue left (*)

[image_swap image_id=”204″]
[image_swap image_id=”205″]

Porencephaly
Most of the brain tissue is absent, only small part of brain tissue left (*). (arrow = thalami)

Porencephaly
Most of the brain tissue is absent, only small part of brain tissue left (*). (arrow = thalami)

[image_swap image_id=”206″]
[image_swap image_id=”207″ image_id2=”20849″]

Porencephaly
Some part of cerebral tissue is absent (*)

Schizencephaly
Cleft of cerebral tissue is absent (*) resulting in cystic brain lesion

Classic Images


Read More

Choroid Plexus Cyst

Choroid Plexus Cysts

บทนำ

Choroid Plexus Cysts เป็นถุงน้ำคั่งของ CSF ใน choroid ตรวจพบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงราวร้อยละ 2.5 ของการตั้งครรภ์ระหว่างอายุครรภ์ 16-24 สัปดาห์ มักพบช่วงอายุครรภ์ 15-26 สัปดาห์ และมักจะหายไปราวอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ ถ้าโครโมโซมปกติก็ไม่ถือว่าเป็นภาวะที่อันตรายแต่อย่างใด

ลักษณะทางคลื่นเสียงความถี่สูง

เป็นถุงน้ำขนาดเล็ก (0.3-2.0 ซม.) ใส ค่อนข้างกลม อยู่ใน choroid ที่ขาวเด่น มักเป็นส่วนหลังของ atria อาจเห็นสองข้าง และบางรายอาจเป็นหลาย ๆ ถุงน้ำ ถ้าขนาดใหญ่มากอาจต้องแยกโรคจาก hydrocephalus

พบร้อยละ 1-2 ของทารกไตรมาสที่สองทั้งหมด แต่พบได้ร้อยละ 30 ของ ทารก trisomy 18101 ซึ่งมักพบความพิการอื่นร่วมด้วย สำหรับรายที่เป็นเดี่ยว ๆ (isolated) จะมีความเสี่ยงต่อการเป็น trisomy 18 ราว 1/374 หรือต่ำกว่า 102;103 การพบเดี่ยว ๆ จึงไม่แนะนำให้ตรวจโครโมโซม หรือแนะนำให้ตรวจเฉพาะเมื่อมารดาอายุมากกว่า 32 ปี104 หรื่อผลตรวจ serum screen ผิดปกติ105 CPC ตรวจพบได้ง่ายจึงมักจะเป็นจุดตั้งต้นให้ค้นหาอย่างละเอียดจนพบมาร์คเกอร์อื่น ๆ ของ trisomy 18 จึงนับว่ามีคุณค่ามากในการคัดกรอง trisomy 18

[image_swap image_id=”196″ caption_urls=””]
[image_swap image_id=”197″ caption_urls=”” image_id2=”20792″]

Choroid plexus cysts
Transverse scan of the skull: bilateral large choroid plexus cyst (arrow)

Choroid plexus cysts
Transverse scan of the skull: bilateral choroid plexus cyst (asterisk)

Classic Images


Read More