Vacuum Extraction

1. เตรียมผู้ป่วย

อธิบายเหตุผลและการช่วยเหลือ  โดยตรวจและพิจารณาว่าผู้คลอดอยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับช่วยคลอดด้วยเครื่องดูดสูญญากาศ หรือไม่   คือ

  • ถุงน้ำทูนหัวแตกแลัว
  • ต้องทราบท่าของเด็ก และระดับของ  ส่วนนำ ศีรษะเด็กควรอยู่ต่ำหรืออย่างน้อยควรอยู่ที่ ระดับ  midplane
  • ปากมดลูกเปิดหมด
  • จัดผู้ป่วยในท่า dorsal lithotomy ทำความสะอาดและปูผ้าสะอาดปราศจากเชื้อ ผ้าช่องแบบการคลอดปกติ
  • ให้สารทางหลอดเลือดดำไว้ด้วยถ้ามดลูกหดรัดตัวไม่ดีให้  syntocinon ร่วมด้วย
  • สวนปัสสาวะโดยวิธีปราศจากเชื้อ
  • ในครรภ์แรกควรทำ  pudendal nerve block หรือในครรภ์หลังๆอาจให้แค่  local xylocaine infiltration รอ
  • ประมาณ 5 นาที ทดสอบว่ายาชาได้ผลดีโดยสังเกตจากการตรวจ  anal reflex จะหายไป

2. การต่อเครื่องมือ

  • เลือกขนาดถ้วยสุญญากาศให้เหมาะสมกับศีรษะเด็ก โดยเลือก cup ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใส่ในช่องคลอดได้ ปกติมักใช้ cup ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50  มิลลิลิตรสอดปลายโซ่ที่ติดกับแผ่นโลหะผ่าน cup ออกมา และให้โซ่ผ่านต่อเข้าไปในสายยางอันสั้น แล้วต่อสายยางเข้ากับ cup  และต่ออีกปลายด้านหนึ่งของสายยางเข้ากับ  traction bar ดึงสายโซ่ให้ตึง และสอดหมุดยึดไว้ ต่อสายยางอันยาวเข้ากับอีกข้างหนึ่งของ traction bar  โดยให้สายโซ่อยู่ในสายยางนั้น แล้วส่งปลายของสายยางนี้ให้ผู้ช่วยต่อเข้ากับขวดสุญญากาศ
  • ทดสอบดูว่าเครื่องมือที่ต่อไว้ไม่มีรอยรั่ว
2-4

3. วิธีการ apply  เข้ากับศีรษะเด็ก

  • ตรวจภายในอีกครั้งเพื่อทราบท่าของศีรษะเด็ก ระดับของส่วนนำ และแน่ใจว่าปากมดลูกเปิดหมด
  • บอกผู้ช่วยให้ฟังเสียงหัวใจอีกครั้ง
  • ก่อนใส่cupให้ทาน้ำยาหล่อลื่น หรือ antiseptic cream เช่น  Hibitane cream รอบถ้วยก่อน
  • บอกให้ผู้ป่วยพยายามอยู่นิ่งๆ และเบ่งตามการหดรัดตัวของมดลูก
  • ใช้มือซ้าย สอดนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดในลักษณะคว่ำมือเพื่อถ่างและกดฝีเย็บ   แล้วจึงใช้มือขวาจับ cup  เอียงให้อยู่ในแนวตั้ง สอดด้านข้างของ cup เข้าไปในช่องคลอดแล้วจึงพลิกให้ cup หมุนกลับมาติดที่หนังศีรษะเด็กโดยพยายามให้cupจับศีรษะในตำแหน่งใกล้กับ  occiput  มากที่สุด  โดยให้ปุ่มบนถ้วยหันไปทาง  occiput เพื่อสังเกตการหมุนของศีรษะเด็ก  ถ้าใส่  cup  ลำบากให้ทำ episiotomy  ก่อน
2-2

4. ตรวจภายใน

ตรวจภายใน ซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าถ้วยสูญญากาศไม่ได้จับที่ปากมดลูกหรือผนังช่องคลอด ในรายที่ cup เกาะในตำแหน่งที่เหมาะสม เราจะคลำได้ว่าขอบของ  cup จะอยู่ห่างจาก anterior fontanelle  อย่างน้อย 3 เซนติเมตร และเกาะคร่อม sagittal suture สมมาตร ไม่ค่อนไปข้างใดข้างหนึ่ง (flexion median)

2-1

5. ลดความดัน

  • ให้ผู้ช่วยเปิดเครื่องสุญญากาศโดยค่อยๆลดความดันลงคือ 0.2 กิโลกรัมต่อตร.ซม. ทุกๆ 2 นาที  จนถึง  0.8  กิโลกรัมต่อตร.ซม. เพื่อให้เกิด  artificial carput succedaneum  หรือ  “chignon” ขึ้นมาเต็มถ้วย  ซึ่งใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที  ในขณะที่ลดความดันทุกครั้งให้ตรวจภายในด้วยว่าไม่ได้ดูดปากมดลูกหรือช่องคลอดเข้าไปด้วย
  • ให้ผู้ช่วยฟังเสียงหัวใจของเด็กเป็นระยะๆ

6. การดึง

  • หลักการ คือเครื่องดูดสุญญากาศไม่สามารถใช้แทนแรงเบ่งของมารดาได้ ใช้มือขวาจับตรง traction bar แล้วดึงลงตามช่องทางคลอด พร้อมกับการหดรัดตัวของมดลูก  และให้ผู้ป่วยช่วยเบ่งขณะดึงลงโดยให้สายยางตั้งฉากกับ cup มากที่สุด มือซ้ายสอดเข้าในช่องคลอดกดขอบของ cup ไว้ เพื่อป้องกันการหลุดจากศีรษะเด็ก และการดึงต้องออกแรงที่  biceps  เท่านั้น ไม่ใช้น้ำหนักตัวรั้ง   ในขณะที่มดลูกไม่หดรัดตัวก็ลดแรงดึงลง แต่ถือไว้ให้ตึงเพื่อให้ศีรษะเด็กอยู่คงที่ ไม่ถอยกลับขึ้นไปข้างบน
  • Try traction คือการดึง ตามจังหวะมดลูกหดรัดตัวเพื่อดูว่ามีการเคลื่อนลงต่อบ้างหรือไม่
  • เมื่อดึงจนศีรษะเด็กลงมาต่ำจนฝีเย็บโป่งจึงตัด  episiotomy และเปลี่ยนแนวการดึงมาอยู่ในแนวราบจนเมื่อส่วน subocciput มายันใต้ pubic symphysis  จึงดึงขึ้นบน  45  องศา เพื่อให้ศีรษะเด็กมี extension  ตามกลไกการคลอดปกติ
  • มือซ้ายเปลี่ยนมา  save perineum
  • เมื่อศีรษะเด็กคลอดแล้วให้ผู้ช่วยปิดเครื่องดูดสุญญากาศ
  • ดูดมูกจากปากและจมูก ทำการคลอดตัวเด็กและรกต่อไปตามปกติ
  • ตรวจช่องทางคลอดและเย็บซ่อมแซมฝีเย็บ
2-3

Critical Error

  • ไม่ได้ฉีดยาชาก่อนตัดฝีเย็บ
  • ไม่ได้ตรวจหา  condition to be  fullfilled  ก่อนใส่เครื่องมือ หรือตรวจท่าของเด็กผิด
  • ถ้วยสูญญากาศไปจับที่อวัยวะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ศีรษะเด็กและไปครอบ large  fontanelle
  • ดึงจน cup หลุด แต่ศีรษะเด็กยังไม่คลอด
  • ไม่ได้ตรวจช่องทางคลอดภายหลังทำคลอดรกแล้ว

รูปประกอบการทำ vacuum extraction