แบบแผนการเขียนรายงานผู้ป่วยโดยยึดหลักการแก้ปัญหา
(General Format for Problem Oriented Medical Record)


1) DATA BASE

1. History – taking

2. Physical examination

3. Baseline (Admission) Laboratory Examinations

2) PROBLEM LIST

3) INITIAL WORK – UP PLANS

For each numbered and titled problem

1. Diagnostic Plan (Dx)

a) To confirm the diagnosis

b) To R/O the other possibilities

3.1 Further details of symptoms and signs

3.2 Laboratory studies :-routine, special

3.3 Special investigations

2. Therapeutic Plan (Rx)

a) Goal

b) Choice of drugs

c) Administration

3. Promotive and preventive Plans (Px)

4) PROGRESS NOTE (Problem – Specific; Problem – Orineted)

1. Narrative (SOAP format)

– Subj :- Symptoms

– Obj :- Signs

– Assessment :- Comment, discussion, remark, impression,

Differential diagnosis

– Plan :- Dx, Rx, Px

2. Flow Sheet :- In severely – illed patent.

3. Weekly Summary :- Explained datagram.

5) DISCHARGE SUMMARY


 

DEPARTMENT OF MEDICINE

Patient’s Name ________________________________ H.N. ___________________________ Ward_________________

{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_yellow_green.css]}

MEDICAL RECORD PATIENT’S PROBLEM LIST
Remarks : Upon discharge – place form in the Medical Record folder second to the first yellow page.   
Problem Approx. Number Date of Onset. Date Problem Recorded Active Problems Past/Inactive/Resolved Problems Date Resolved

*Denotes reason for admission

การเขียนรายการปัญหา (PROBLEM LIST)

เขียนรายการปัญหาลงในแบบฟอร์ม เมื่อผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ควรเก็บฟอร์มนี้ไว้เป็นแผ่นแรกของแฟ้มรายงาน เมื่อจะเย็บรายงานเก็บควรเก็บไว้เป็นแผ่นรองจากแผ่นทะเบียนแผ่นแรก

1) อะไรบ้างที่เป็นรายการปัญหา

จาก data base เราจะเห็นปัญหาสำคัญที่เป็นลักษณะของโรคหรือความผิดปกติต่าง ๆ ที่ต้อง investigate และรักษาต่อไป

รายการปัญหาทั้งหมดของผู้ป่วย จำแนกได้เป็นพวก ๆ ดังต่อไปนี้ คือ

1. การวินิจฉัยโรคที่แน่นอนแล้ว เช่น Arteriosclerotic heart disease; G-6-PD deficiency.

2. กลุ่มอาการหรือสิ่งตรวจพบ เช่น Congestive heart failure.

3. อาการหรือสิ่งตรวจพบ เช่น Dyspenea; Hepatomegaly.

4. ผลการตรวจจากห้องทดลองหรือการตรวจพิเศษที่ผิดปกติ เช่น Abnormal ECG, elevated alkaline phosphatase, Abnormal chest film.

5. Risk factors เช่น สูบบุหรี่วันละ 3 ซอง

6. Allergy และ drug hypersensitivity.

7. การผ่าตัดที่ได้รับและระบุ, P.O. complications เป็น sub-headings.

8. Special problems เช่น การว่างงาน, ล้มละลาย

9. Psychiatric problem.

2) ชนิดของปัญหา

1. Active Problem

ได้แก่ ปัญหาการป่วยเจ็บที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน, ยังต้องการการดำเนินการเพื่อการวินิจฉัยให้แน่นอนและต้องการรักษา

2. Inactive Problem

ได้แก่ปัญหาที่เคยเกิดมาแล้วในอดีต แต่ได้หายไปแล้วหรือสงบไปแล้ว แต่อาจกลับคืนมาเป็นเรื่องสำคัญได้อีก

3. Resolved Problem

ได้แก่ปัญหาซึ่งเดิมเป็น active แต่ได้แก้ตกไปแล้ว, ไม่ต้องการดำเนินการเพื่อการวินิจฉัย และการรักษาอีกต่อไป

3) วิธีเขียนรายการปัญหา

1. ให้หมายเลขกำกับทุกรายการ

2. ปัญหาบางอันเกิดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาอันต้น ๆ และเราไม่ต้องการทำอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องให้หมายเลข

ตัวอย่าง

# 1. Arteriosclerotic Heart Disease with congestive heart failure

3. ปัญหาบางอันเกิดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาอันต้น และมีความสำคัญในการวินิจฉัยโรค และการรักษา, ต้องให้หมายเลข และระบุว่าเป็นเรื่องสืบเนื่องจากปัญหาไหน

ตัวอย่าง

# 1. Cirrhosis of The Liver

# 1.1 Ascites, massive, 2O to # 1

        Jaundice, deep, 2 O to # 1

4) รายการปัญหาที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อติดตามการดำเนินการของโรคไป ปัญหาอาจเปลี่ยนแปลงไปในทำนองบอกอะไรถูกต้องมากขึ้น ให้เขียนลูกศรชี้ไปยังรายการปัญหาที่จะเปลี่ยน และเขียนวันที่เปลี่ยนไว้บนลูกศร

ตัวอย่าง

# 3. Diarrhea

       2/4/73 Steatorrhea

       2/1/73 Gluten enteropathy

5) การรวมกลุ่มปัญหา

เมื่อปัญหาหลายอันกลายเป็นส่วนหนึ่งของ single problem เมื่อผู้ป่วยมาใหม่ ๆ อาจมีปัญหาเป็นไข้, pericarditis, arthritis; ต่อมาทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของ S.L.E.

ตัวอย่าง

# 1. Fever, unknown origin, prolonged

      2o to # 4

# 2. Arthritis, knew and hips

      2o to # 4

# 3. Pericarditis

       2o to # 4

# 4. Systemic lupus erythematesus, with

       1,2 and 3

6) เมื่อ resolved problem กลับกลายเป็น active problem อีกให้เขียนลูกศรย้อนกลับที่เดิม และลงวันที่บนลูกศร

ตัวอย่าง

# 2. Arthritis,  2o to # 4      4/1/74 Resolved

       Recurs   4/5/74

 


 

การเขียน INTIAL WORK – UP PLAN

1) เขียน initial work-up plan ของแต่ละ problem, โดยใช้หมายเลขเดิมในรายการปัญหา

2) Diagnostic Plan

{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_yellow.css]}

Plans To confirm Dx To R/O other possibilities
Symptoms Signs อาการ และสิ่งตรวจพบอะไรอีกที่จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรค อาการและสิ่งตรวจพบอะไรอีก ที่จะแยกโรคที่คล้ายกันออกไปได้
Lab Studies Special Invest. ทำอะไร, ทำเมื่อใด, ลำดับก่อนหลัง, ได้ผลอย่างไรที่จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรค ทำอะไร, ทำเมื่อใด, ลำดับก่อนหลัง, ได้ผลอย่างไรจึงจะแยกว่าไม่ใช่โรคอื่นที่ต้องแยก

3) Therapeutic Plan

{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_yellow_orange.css]}

Rx Goal Choice of drugs or methods Administration
General Measures
Symptomatic Rx
Supportive Rx
Specific Rx

4) Promotive and Preventive Plan

{tabulizer:style[gr.alterora.elemental_1_yellow_orange.css]}

Plan Methods – Administrations
Promotive
  – Health educ.
  – Hygiene
  – Sanitation
Preventive
  – Specific prev.
  – Early Dx – Rx
  – Disability limit.
  – Rehab.
Patient’s education


การเขียน PROGRESS NOTE

ความเห็นทั่วไป

1) การบันทึกการดำเนินของโรคเป็นส่วนสำคัญมากของรายงานผู้ป่วย เราจะเรียน clinical course ของโรคไม่ได้ ถ้าไม่ติดตามผู้ป่วย

2) การติดตามผู้ป่วยที่ดี แสดงว่ามี patient care ที่ดี

3) การติดตามผู้ป่วยที่ดีทำให้เกิดเจตคติด้านวิชาการที่ดี, มองเห็นสิ่งที่ยังเป็นคำถามอยู่, เห็นทางวางแบบแผนใหม่ ๆ , เกิดความเข้าใจดีขึ้น.

4) การบันทึก progress note ให้มีคุณภาพดี ต้องการความรู้เรื่องผู้ป่วยรายนั้น, เจตคติการศึกษาด้วยตนเอง, และความขยันหมั่นเพียร

วิธีเขียน

1) บันทึก progress note แต่ละ problem ในรายการปัญหาโดยใส่หลายเลขเช่นเดิม

2) S O A P – format

1. Subjective data :- เป็นการบันทึกอาการที่ปรากฏในวันนั้น, ตามแบบของการถามประวัติผู้ป่วย

2. Objective data :- เป็นการบันทึกสิ่งตรวจพบจากการตรวจร่างกาย, การตรวจทางห้องทดลอง, การตรวจพิเศษ เช่น เอ๊กซเรย์, ผลการตรวจชิ้นเนื้อ, ผลที่พบจากการผ่าตัด

3. Assessment :- เป็นการบันทึกความเห็นจากการสังเคราะห์ subjective และ objective data; เหตุผลที่ดัดแปลงหรือรวมกลุ่มรายการปัญหา, อธิบายข้อมูลที่ยังคลุมเครือ, อธิบายผลการรักษา

4. Plan :- เป็นการบันทึก work-up plan ที่จะทำต่อไปเช่นเดียวกับใน Initial work-up plan.

 

การเขียน DISCHARGE SUMMARY

1. Patient Profile

2. S O A P – format

1. Subjective data

2. Objective data

3. Assessment

3.1 Treatment, course and condition

3.2 Disability

3.3 Prognosis

4. Plan :- หัวข้อของ discharge plan

4.1 Condition on discharge

4.2 Disposition; Medical follow – up :- ให้ผู้ป่วยกลับไปที่ใด (คลินิก, แพทย์ไปรเวท, และอื่น ๆ), นัดตรวจอะไร – เมื่อใด การปฏิบัติตนและยาที่ให้ไป

4.3 Discharge order :- อาหาร, ยา, การปฏิบัติตน.



ศ.นพ.ชาญ สถาปนกุล, คู่มือการเรียนกับผู้ป่วยในภาควิชาอายุรศาสตร์. ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. P9-P16. 2523.

file: Document 3-1.doc