โปรแกรมการฝึกอบรม (Fellowship)

แต่ละสถาบันฝึกอบรมจะต้องจัดระบบการบริหารเวลาอย่างเหมาะสม โดยมีตารางโปรแกรมการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละสถาบันอาจปรับเปลี่ยน เวลาและปริมาณให้เข้าสภาพการปฏิบัติงานของแต่ละสถาบัน ตารางเวลาการปฏิบัติงานควรครอบคลุมหัวข้อหลักดังต่อไปนี้

1. การปฏิบัติงานด้านคลินิก

  • บริการผู้ป่วยนอกในคลินิกครรภ์เสี่ยงสูง หรือคลินิกที่สัมพันธ์กับเวชศาสตร์มารดาและทารก
  • บริการผู้ป่วยใน ในหอผู้ป่วยครรภ์เสี่ยงสูง รวมทั้งห้องคลอดครรภ์เสี่ยงสูง
  • บริการงานของสาขาต่อยอดในหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก
  • งานบริการด้านคลื่นเสียงความถี่สูงทางสูติศาสตร์ รวมถึงคลื่นเสียงดอพเลอร์
  • การตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ (NST, AST, CST, BPP, Doppler)
  • หัตถการรุกล้ำร่างกาย : เจาะน้ำคร่ำ (ปีที่หนึ่ง), ตัดชิ้นเนื้อรก และเจาะเลือดสายสะดือ, เทคนิครักษาทารกในครรภ์อื่น ๆ (ปีที่สอง)
  • รับปรึกษาเมื่อมีผู้ป่วย (on call) กรณีผู้ป่วยมีปัญหาซับซ้อน

2. การปฏิบัติงานทางห้องปฏิบัติการ (ปีละ 1 เดือน)

  • ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการเซลล์พันธุศาสตร์
  • ปฏิบัติงานห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง (พันธุกรรมระดับโมเลกุล, HPLC, screening lab ฯลฯ)

3. การหมุนเวียนปฏิบัติงานนอกภาควิชาสูติศาสตร์

  • ห้องทารกแรกเกิด (1 เดือน)
  • ภาควิชาวิสัญญีวิทยา (1 เดือน)
  • ภาควิชาพยาธิวิทยา (1 เดือน)

4. งานกิจกรรมการเรียนการสอน

  • วารสารสโมสรทางเวชศาสตร์มารดาและทารก (เดือนละ 1 ครั้ง)
  • ประชุมวิชาการเวชศาสตร์มารดาและทารก (เดือนละ 1 ครั้ง)
  • รายงานผู้ป่วย (คลื่นเสียงความถี่สูง, ครรภ์ที่มีปัญหาซับซ้อน) (สัปดาห์ละ 1 ครั้ง)
  • วารสารสโมสร, หัวข้อทบทวนวิชาการ ของภาควิชา (ส่วนที่เกี่ยวข้อง)
  • ร่วมฟังบรรยายทางวิชาการ (อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง) หัวข้อการบรรยายที่สำคัญอาจมีดังต่อไปนี้ (ปรับได้ตามความเหมาะสม )
    • การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม
    • เซลล์พันธุศาสตร์
    • พันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล
    • การคัดกรองและวินิจฉัยก่อนคลอดความผิดปกติของโครโมโซม
    • การคัดกรองและวินิจฉัยก่อนคลอดโรคธาลัสซีเมีย
    • โรคและพยาธิวิทยาของทารก
    • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงขั้นละเอียดในการคัดกรองความพิการโดยกำเนิดของระบบประสาท หัวใจ ทางเดินอาหาร ท่อทางเดินปัสสาวะ โครงร่าง แขนขา
    • คลื่นเสียงความถี่สูงของหัวใจทารกในครรภ์
    • ดอพเลอร์ในทางสูติศาสตร์
    • ทารกบวมน้ำ
    • ทารกที่มีความผิดปกติของโครโมโซม
    • การติดเชื้อของทารกในครรภ์
    • กลุ่มอาการสำคัญของทารกในครรภ์
    • ทารกโตช้าในครรภ์
    • การรักษาทารกในครรภ์
    • การติดเชื้อเอชไอวีในสตรีตั้งครรภ์
    • การตรวจสุขภาพทารกก่อนระยะคลอด
    • การตรวจสุขภาพทารกในระยะคลอด
    • การใช้ยาในสตรีตั้งครรภ์
    • โรคแทรกซ้อนทางอายุกรรมในสตรีตั้งครรภ์ที่สำคัญ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต

5. การหมุนเวียนต่างภาควิชา

  • วิสัญญีวิทยา (1 เดือน)
  • กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิด (1 เดือน)
  • พยาธิวิทยา (1 เดือน)

6. การวิจัย

  • เลือกทำวิจัย 1 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์มารดาและทารก
  • นำเสนอโครงร่างวิจัยภายใน 6 เดือนแรกของการฝึกอบรม
  • ทำวิจัย พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะในการประชุมทางวิชาการของหน่วย
  • ให้ความร่วมมือช่วยเหลืองานวิจัยอื่น ๆ ในหน่วยตามความเหมาะสม