บทนำ

       การศึกษาวิชากุมารเวชศาสตร์ เป็นการศึกษาต่อเนื่องตั้งแต่การศึกษาของแพทย์ปีที่ 3 จนถึงปีที่ 6 ทั้งยังเป็นวิชาที่เชื่อมโยงคาบเกี่ยวกับภาควิชาอื่น ๆ ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วัตถุประสงค์ทั่วไปของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของคณะแพทยศาสตร์โดยรวม นั่นคือเพื่อให้บัณฑิตแพทย์
1) มีจรรยาแพทย์ และจริยธรรมอันดีงาม
2) มีความกระตือรือร้น และมีความสามารถที่จะศึกษาต่อ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง
3) สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ในการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพ และอนามัย
4) มีความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพ  

  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ได้จัดหลักสูตรการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์เป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 นักศึกษาแพทย์ปี 3 สอนร่วมกับกระบวนวิชา พ.คพ.331423  (ภาควิชาอายุรศาสตร์) เป็นการสอนบรรยาย 1 ชั่วโมง ตอนต้นของกระบวนวิชา และภาคปฏิบัติ บ่ายวันพุธ (13.00 – 16.00 น.) ทุกวันพุธ รวม 10 สัปดาห์

ระยะที่ 2 นักศึกษาแพทย์ปีที่ 4 จำนวน 4 สัปดาห์ (4 (1-18-0) หน่วยกิต) เป็นทั้งการเรียนทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติที่หอผู้ป่วยใน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์

ระยะที่ 3 นักศึกษาแพทย์ปีที่ 5 จำนวน 4 สัปดาห์ (4 (1-18-0) หน่วยกิต) เป็นทั้งการเรียนทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติที่หอผู้ป่วยใน หอทารกแรกเกิด หอผู้ป่วยนอก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์

ระยะที่ 4 นักศึกษาแพทย์ปีที่ 6 จำนวน 6 สัปดาห์ (8 (0-48-0) หน่วยกิต) ปฏิบัติงานที่คณะแพทยศาสตร์ 3 สัปดาห์ และโรงพยาบาลสมทบ 3 สัปดาห์ เป็นการเรียนที่เน้นหนักในปฏิบัติโดยนำความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ ที่หอผู้ป่วยใน หอทารกแรกเกิด หอผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน ของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ และโรงพยาบาลสมทบ


                                                                วัตถุประสงค์ทางด้านความรู้ความสามารถทางวิชาชีพเพื่อบัณฑิตแพทย์
                                                                 ของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

                                                    (ดัดแปลง มาจากเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบอาชีพ เวชกรรม ของแพทยสภา พ.ศ. 2536)

     นักศึกษาสามารถนำ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก และ ทักษะในการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และหัตถการต่างๆ มาประยุกต์ ใช้ในการวินิจฉัย การปฏิบัติรักษา การฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยและการป้องกัน ปัญหาทางสุขภาพในเด็ก ที่พบได้บ่อย และ/หรือ มีความสำคัญในประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมดังนี้
1. อาการสำคัญ/ปัญหาที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์
2.โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการที่มักเป็นสาเหตุของอาการสำคัญ หรือปัญหาที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์
3. การตรวจโดยใช้เครื่องมือแพทย์พื้นฐาน เครื่องมือพิเศษ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
4. หัตถการที่จำเป็นหรือมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาทางสุขภาพ
     1. อาการสำคัญ/ปัญหาที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์: ต้องมีความรู้เกี่ยวกับพยาธิกำเนิด พยาธิสรีรวิทยาสามารถ วินิจฉัยแยกโรค และ สามารถปฏิบัติรักษาเบื้องต้นได้เหมาะสม สำหรับอาการสำคัญ หรือกลุ่มของอาการสำคัญดังต่อไปนี้
 
  • ปัญหาพฤติกรรมในเด็ก
  • หอบเหนื่อย เขียวคล้ำ
  • คอพอก ภาวะพร่องไทรอยด์แต่กำเนิด
  • ก้อนที่คอ
  • การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
  • ภาวะผิดรูป
  • พัฒนาการปกติและผิดปกติ
  • การเจริญเติบโตปกติและผิดปกติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน กลืนลำบาก ท้องผูก
  • ท้องเดิน ปวดท้อง ท้องอืด
  • อุจจาระเป็นเลือด อุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด
  • ตาเหลือง ตัวเหลือง
  • ท้องโต
  • ก้อนเนื้องอก
  • ซีด
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • เลือดออกง่าย
  • ไข้
  • ไข้ออกผื่น
  • ความผิดปกติ, ผิดรูปแต่กำเนิด
  • ตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด
  • ท้องอืด, อาเจียน, ถ่ายเป็นเลือด ในเด็กแรกเกิด
  • ทารกคลอดก่อนกำหนด, หลังกำหนด
  • ปัญหาจากการคลอดในทารก
  • ภาวะหายใจผิดปกติในเด็กแรกเกิด
  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะมีเลือดปน
  • บวม
  • ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะสีผิดปกติ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ชัก
  • ซึม ไม่รู้สต
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ
  • เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เลือดกำเดาออก
  • หอบเหนื่อย ไอ
  • ผื่น คัน
  • รอยโรคที่ผิวหนังที่พบใน systemic diseases
  • ผื่นในเด็กแรกเกิด
 

     2. โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการที่มักเป็นสาเหตุของอาการสำคัญ หรือปัญหาที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์

     2.1 โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการ ฉุกเฉิน : ต้องรู้ และสามารถปฏิบัติรักษาได้อย่างเหมาะสม และทันท่วงที

  • status asthmaticus
  • cardiac arrest, cardiac arrythmia, syncope
  • heart failure
  • child abuse
  • sepsis/ meningitis
  • acute abdomen (surgery)
  • massive upper GI hemorr. , hepatic failure
  • bleeding (APCD, hemophilia, disseminated intravascular clotting)
  • severe anemia
  • shock (hypovolemic, anaphylactic, septic, cardiogenic)
  • diabetic ketoacidosis
  • hyperkalemia, hyponatremia
  • hypoglycemia
  • metabolic acidosis
  • acute hypertension (AGN)
  • anuria (oliguria, acuted urinary retention)
  • acute poisoning (insect sting, poisonous snake, poisonous plants, mushroom, organophosphate, carbamate, paraquat,amphetamine, gasoline poisoning)
  • acute increased intracranial pressure
  • coma
  • convulsion, status epilepticus
  • vit A defficiency (xerophthalmia), beriberi
  • injury (submersion, electrical injury)
  • pneumothorax
  • pulmonary edema , drowning , near drowning
  • respiratory arrest
  • respiratory obstruction, suffocation
  • superior vena cava obstruction
  • drug allergy (angioedema, erythema multiform etc..)
  • neonatal metabolic disorders (hypoglycemia, hypocalcemia, hypothermia)
  • neonatal respiratory distress
  • perinatal asphyxia
  • shock in neonate
  • neonatal convulsion

     2.2 โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการ ที่พบบ่อย และ/หรือ มีความสำคัญในประเทศไทย : ต้องมีความรู้ความสามารถให้การ วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟูสภาพ ให้คำแนะนำและป้องกันได้เหมาะสมตามสถานการณ์และสถานภาพ แบ่งได้ ดังนี้

I. INFECTIOUS AND PARASITIC DISEASES
    – Bacteria

  • Staphylococcus aureus
  • nontyphoidal Salmonella (gastroenteritis, septicemia)
  • rickettsiosis (scrub typhus, murine typhus)
  • Streptococcus (scarlet fever, erysipelas, impetigo)
  • H. influenzae
  • pertussis (whooping cough)
  • Shigella
  • S. pneumoniae (pneumococcal)
  • tuberculosis (childhood tuberculosis)
  • tetanus neonatorum
  • diphtheria
  • typhoid and paratyphoid fever
  • group B streptococcus, GNR (in neonates)
  • syphilis (congenital syphilis)

    – Virus

  • dengue hemorrhagic fever, chikungunya fever
  • human immunodeficiency virus (HIV) infections (AIDS)
  • herpes simplex infections
  • exanthem subitum
  • rabies
  • cytomegalovirus (congenital and acquired)
  • enterovirus (poliovirus, coxackie virus..)
  • varicella-zoster virus
  • measles
  • rubella
  • infectious mononucleosis (EB virus)
  • Japanese encephalitis
  • mumps
  • viral hepatitis (A,B…) (prevention in NB)

    – Fungus

  • systemic mycoses
    (candidiasis, cryptococcosis, aspergillosis, penicillosis)
  • superficial mycoses
    (tinea, pityriasis versicolor, candidosis) 

    – Parasite

  • Pneumocystis carinii (in HIV-infected children)
  • ectoparasites (pediculosis, scabies)
  • intestinal parasites
  • malaria (treatment of malaria)
  • tissue parasites (cysticercosis, toxoplasmosis)
Other: unclassified pathogens: mycoplasma, chlamydia
Other: immunization

กระบวนวิชา พ.กม. 319401 (กุมารเวชศาสตร์ 1)

  • 25 October 2026
  • #นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 4 #หลักสูตร #แพทยศาสตรบัณฑิต

กระบวนวิชา พ.กม. 319492 (เพิ่มพูนประสบการณ์ทางกุมารเวชศาสตร์ 1)

  • 25 October 2026
  • #นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 4 #หลักสูตร #แพทยศาสตรบัณฑิต

กระบวนวิชา พ.กม. 319501 (กุมารเวชศาสตร์ 2)

  • 25 October 2026
  • #นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 5 #หลักสูตร #แพทยศาสตรบัณฑิต

กระบวนวิชา พ.กม. 319591 (เพิ่มพูนประสบการณ์ทางกุมารเวชศาสตร์ 2)

  • 25 October 2026
  • #นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 5 #หลักสูตร #แพทยศาสตรบัณฑิต

กระบวนวิชา พ.กม. 319601 (เวชปฏิบัติกุมารเวชศาสตร์)

  • 25 October 2026
  • #นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 6 #หลักสูตร #แพทยศาสตรบัณฑิต

กระบวนวิชา พ.กม. 319691 (กุมารเวชศาสตร์เฉพาะทาง)

  • 25 October 2026
  • #นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 6 #หลักสูตร #แพทยศาสตรบัณฑิต

ภาควิชากุมารเวชศาสตร์

ติดตามภาควิชา

© 2024 Pediatric CMU I All Rights Reserved. Designed by ITERU