เมื่อกล่าวถึงโรคปรสิตทางการแพทย์ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโรคติดเชื้อที่เกิดจากหนอนพยาธิ (helminth) มีการติดต่อสู่คนโดยการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดหรือปรุงไม่สุก แท้จริงแล้วสาเหตุของโรคทางปรสิตในคนนั้นยังครอบคลุมถึงปรสิตที่เป็นสัตว์ เช่น โปรโตซัว (protozoa) และสัตว์ขาปล้อง (arthropod) โดยในส่วนของโปรโตซัวยังสามารถจำแนกออกได้อีก ตามลักษณะของอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ ซึ่งโปรโตซัวกลุ่มที่ใช้ขาเทียม (pseudopodia) ในการเคลื่อนที่ จัดอยู่ในกลุ่มเฉพาะที่เรียกว่า อะมีบา (amoeba)
อะมีบาที่สำคัญทางการแพทย์นั้น มีทั้งกลุ่มที่เป็นปรสิตต้องอาศัยอยู่ภายในร่างกายคน และอีกกลุ่มหนึ่งที่ปกติอยู่ตามธรรมชาติ แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกายคนแล้วสามารถดำรงชีพแบบปรสิตและก่อโรคได้ เรียกอะมีบากลุ่มหลังนี้ว่า อะมีบาดำรงชีพอิสระ (free living amoebae) โดยโรคที่เกิดจากอะมีบากลุ่มนี้มีการศึกษากันน้อยและมักถูกละเลยหรือมองข้ามความสำคัญไป เนื่องจากอุบัติการณ์ของโรคค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับจุลชีพชนิดอื่นที่ก่อโรคในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นในการวินิจฉัยโรคที่มีพยาธิสภาพคล้ายกัน จึงทำให้นึกถึงจุลชีพชนิดอื่นที่พบว่าเป็นสาเหตุได้บ่อยมากกว่า และทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดหรือล่าช้าได้ ผู้ป่วยเกือบทุกรายที่มีการติดเชื้ออะมีบากลุ่มนี้ที่สมองมักมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีและเสียชีวิต ส่วนการติดเชื้ออะแคนทามีบา (Acanthamoeba) ที่กระจกตา ในคนที่สวมคอนแทคเลนส์พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบันยังคงไม่มียาใดที่ได้ผลแน่นอนในการรักษาโรคที่มีสาเหตุจากอะมีบาดำรงชีพอิสระ จากเหตุผลข้างต้นประกอบกับสภาวะโลกร้อนที่เพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับอะมีบาที่ดำรงชีพตามธรรมชาติเหล่านี้ จึงเป็นไปได้ว่าอุบัติการณ์ที่แท้จริงของโรคที่เกิดจากอะมีบาดำรงชีพอิสระอาจมีมากกว่าที่รายงานอยู่ในปัจจุบัน
ที่ผ่านมาผู้นิพนธ์ทำการสอนวิชาปรสิตวิทยาในหัวข้ออะมีบาในหลายกระบวนวิชาของนักศึกษาปรีคลินิก (พ.ปร. 221, พ.ปร. 331, พ.ปร. 242), นักศึกษาแพทย์ (พ.วพ. 214, พ.วพ. 310) และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (พ.ปร. 701) จึงทราบว่าการศึกษาเกี่ยวกับอะแคนทามีบาในประเทศไทย รวมถึงหนังสือภาษาไทยที่ใช้อ่านประกอบยังมีน้อยมาก ดังนั้นจึงตั้งใจผลิตหนังสืออะแคนทามีบา โดยการค้นคว้าองค์ความรู้พื้นฐานจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และประมวลความรู้ที่ได้จากงานวิจัยทั้งภาคสนามและห้องปฏิบัติการ รวมถึงจากประสบการณ์ตรงที่ได้รับจากการให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือด้านการวินิจฉัยโรค แก่จักษุแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มาประกอบการเขียน รูปภาพส่วนใหญ่ของอะแคนทามีบาในหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นภาพต้นฉบับที่ได้จากงานวิจัยของผู้นิพนธ์เอง และส่วนหนึ่งได้มาจากการวินิจฉัยโรคกระจกตาอักเสบจากอะแคนทามีบารายแรกของโรงพยาบาลเมื่อปี พ.ศ. 2560 ซึ่งไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน จึงหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่สนใจได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของเชื้อนี้มากยิ่งขึ้น
053-935342
w.1.med.cmu.ac.th/parasite/