Course Contents

Course Contents (Fellowship)

1. มีความรู้ก้าวหน้าทางเวชศาสตร์มารดาและทารก

วัตถุประสงค์:

ผู้ฝึกอบรมมีความเข้าใจอย่างดีและสามารถอภิปรายได้ดีถึงความรู้ก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานของการตั้งครรภ์ทั้งในแนวกว้างและแนวลึกในหัวข้อดังต่อไปนี้

วิทยาศาสตร์พื้นฐานของตั้งครรภ์

1. เอ็นโดครีนวิทยาของการตั้งครรภ์

  • โครงสร้าง การสังเคราะห์ และการควบคุมการทำงานของฮัยโปธาลามัส ต่อมใต้สมอง ต่อมธัยรอยด์ ต่อมพาราธัยรอยด์ ต่อมหมวกไต ตับอ่อน รังไข่ และรก
  • การทำงาน เมตะบอลิซึม ของฮอร์โมนสำคัญต่าง ๆ เช่น เอสโตรเจน แอนโดรเจน คอร์ติซอล ธัยรอยด์ฮอร์โมน ฮอร์โมนจากรก
  • Paracrine hormone ต่าง ๆ เช่น พรอสตาแกลนดินส์ insulin-like growth factors, inhibin เป็นต้น
  • Cytokines ต่าง ๆ เช่น interleukin เป็นต้น

2. สรีรวิทยาของการตั้งครรภ์และการคลอด

  • การปรับตัวของระบบต่าง ๆ ขณะตั้งครรภ์
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • ระบบโลหิตวิทยา
  • ระบบทางเดินหายใจ
  • ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์
  • ระบบทางเดินอาหาร
  • การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เช่น โภชนาการ อีเลคโตรไลท์ สภาพจิตใจและอารมณ์
  • สรีรวิทยาของการเจ็บครรภ์คลอด : ระดับโมเลกุล และความสัมพันธ์ทางคลินิก

3. คัพภะวิทยาและสรีรวิทยาของทารกในครรภ์

  • พัฒนาการของทารกในครรภ์ตั้งแต่ gametogenesis
  • การทำงานของโครงสร้างต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ (ระบบเอ็นโดครีน หัวใจและหลอดเลือด การดิ้น โลหิตวิทยา ทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ ระบบอิมมูน เป็นต้น)
  • กลไกการตอบสนองต่อภาวะขาดออกซิเจน

4. การก่อลูกวิรูป (teratology)

  • ความรู้ก้าวหน้าเกี่ยวกับปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ต่อการเกิดความพิการของทารก
  • สารก่อลูกวิรูปที่สำคัญ เช่น ไวรัสต่าง ๆ แอลกอฮอล์ โคเคน เป็นต้น

5. สรีรวิทยาของรก

  • พัฒนาการและการทำงานของรก รวมทั้งการขนย้ายสารผ่านรก การแลกเปลี่ยนสารต่าง ๆ
  • การทดสอบการทำงานของรก : เช่น Doppler velocimetry
  • การสร้างและหลั่งสารต่าง ๆ ของรก

7. ชีวเคมี และเภสัชวิทยาที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์

  • เมตาบอลิซึมของยาหรือสารต่าง ๆ ที่ผ่านรก และผลต่อทารก
  • ยาหรือสารต่าง ๆ ที่มีผลก่อลูกวิรูป
  • ยาและการหลั่งน้ำนม
  • ปฏิกริยาระหว่างยาต่าง ๆ

8. พยาธิวิทยาที่สัมพันธ์กับทารกและการตั้งครรภ์

  • พยาธิวิทยาของทารก (การชัณสูตรศพ ความพิการโดยกำเนิดที่สำคัญ การแท้ง เป็นต้น)
  • พยาธิวิทยาของรก (รูปร่างและขนาดที่ผิดปกติ ก้อนเนื้องอก การเกาะของสายสะดือผิดที่ เป็นต้น)

9. พันธุศาสตร์

  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรมในรูปแบบต่าง ๆ
  • โรคสำคัญทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย ฮีโมฟิลเลีย เปลือกต่อมหมวกไตหนา เป็นต้น
  • Cytogenetics
  • ความผิดปกติทางโครโมโซมที่สำคัญ ได้แก่ trisomy 13, 18, 21, triploidy, 45X เป็นต้น
  • พันธุศาสตร์ชีวโมเลกุล (องค์ประกอบและการทำงานของยีนส์ PCR มิวเตชั่น วิธีการตรวจหามิวเตชั่นต่าง ๆ วิธีเรียงลำดับเบส เป็นต้น)
  • การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม

10. อิมมูโนวิทยาที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์

  • หลักพื้นฐานในการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
  • ต้นกำเนิดและการทำงานของอิมมูโนกลอบบูลินต่าง ๆ และ T,B lymphocytes
  • ระบบ HLA
  • Monoclonal antibodies
  • ทารกในฐานะ graft
  • การประยุกต์ความรู้ในทางคลินิก เช่น Rh isoimmunization หรือโรคออโตอิมมูน เป็นต้น

ศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

1. วิสัญญีวิทยา

  • การออกฤทธิ์และจลน์ศาสตร์ของยาทางวิสัญญีวิทยา : ยาดมสลบ ยาชาเฉพาะที่ ยาระงับปวด
  • ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ : หัวใจหยุดเต้น การหยุดหายใจ ปฏิกริยาจากยา การสูดสำลัก
  • การดูแลและติดตามผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ผู้ป่วยหนัก

2. ทารกแรกคลอด

  • สรีรวิทยาของรกแรกคลอด
  • การช่วยชีวิตทารกแรกคลอด
  • ปัญหาที่พบบ่อยในทารกแรกคลอด : ภาวะกดการหายใจ เหลือง ติดเชื้อ ชัก น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ อุณหภูมิต่ำ เลือดออกในสมอง โตช้า ปัญหาที่สัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด
  • ภาวะพิการโดยกำเนิดที่สำคัญ เช่น กลุ่มอาการดาวน์ เป็นต้น

3. การวิจัยและชีวสถิติ

  • วิธีการวิจัย การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์
    • การอ่านวารสารทางคลินิก (ธรรมชาติการดำเนินโรค พยากรณ์ สาเหตุ การวินิจฉัย การรักษา)
    • การอ่านบทความทบทวนทางวิชาการ
  • วิธีการของกาวิจัย การเขียนโครงร่าง
    • การสร้างคำถามวิจัยและเรียงลำดับ
    • ชนิดของการวิจัย : (descriptive, diagnostic, etiologic, intervention, systemic review)
    • อคติในการทำวิจัย
    • จริยธรรมในการวิจัย
    • การบริหารโครงการ
    • การตีพิมพ์บทความทางวิทยาศาสตร์ในวารสาร
  • การวัดต่าง ๆ (measurement)
    • ความเชื่อถือและความสมเหตุผล
    • เครื่องมือและการวัดในทางคลินิก, การออกแบบสอบถาม, การเฝ้าสังเกต เทคนิคการสัมภาษณ์
    • คอมพิวเตอร์
    • การใช้คอมพิวเตอร์ในการสื่อสาร ไมโครซอฟต์ การบริหารเอกสารอ้างอิง นำเสนอเนื้อหาและกราฟฟิค
  • เศรษฐศาสตร์เชิงคลินิก
    • ภาพรวม และการวิเคราะห์
  • วิทยาศาสตร์สุขภาพเชิงสังคม (health social science)
    • การตรวจวัดสุขภาพและคุณภาพชีวิต การอภิปรายกลุ่มจำเพาะ การสัมภาษณ์ในรายละเอียด
  • ชีวสถิติ (biostatisitcs)
    • ภาพรวม
    • สถิติสำหรับการประเมินทางคลินิก
    • การรวบรวมข้อมูลและนำเสนอ โอกาสและการกระจาย การกำหนดความเสี่ยง
    • ประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง, การคำนวณขนาดตัวอย่าง
    • การวิเคราะห์แบบต่าง ๆ (analysis of categorial data, survival analysis, nonparametric test, correlation & regression, analysis of variance, meta-analysis)

2. มีความรู้และทักษะสูงในการบริบาลครรภ์เสี่ยงสูง Top of Page

วัตถุประสงค์

1. ผู้ฝึกอบรมสามารถที่จะอภิปรายถึงภาวะแทรกซ้อนทางอายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ และสูติศาสตร์ในสตรีตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย ในหลายแง่มุม

  • ระบาดวิทยา
  • สาเหตุ / ปัจจัยส่งเสริม
  • พยาธิสรีรวิทยา
  • ผลของการตั้งครรภ์ต่อโรค
  • ผลของโรคต่อการตั้งครรภ์
  • อาการและอาการแสดงทางคลินิก
  • การวินิจฉัยและการวินิจฉัยแยกโรค
  • การตรวจค้นเพื่อการวินิจฉัย
  • การดูแลรักษา
  • พยากรณ์โรคและการติดตาม

 

2. ผู้ฝึกอบรมสามารถให้การวินิจฉัยและดูแลรักษาภาวะแทรกซ้อนทางอายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ และสูติศาสตร์ที่พบได้บ่อย ๆ ในสตรีตั้งครรภ์

ภาวะแทรกซ้อนทางอายุรศาสตร์

1. ความดันโลหิตสูง
2. เบาหวาน
3. ความผิดปกติทางเอ็นโดครีนอื่น ๆ เช่น โรคต่อมธัยรอยด์ พาราธัยรอยด์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต
4. ความผิดปกติทางโลหิตวิทยา เช่น โลหิตจาง การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น
5. โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น

  • โรคหัวใจรูห์มาติค
  • หัวใจพิการโดยกำเนิด
  • Infective endocarditis
  • กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • การปลูกถ่ายเปลี่ยนหัวใจ

6. โรคไต

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • นิ่วในไต
  • acute glomerulonephritis
  • nephrotic syndrome
  • tubular and cortical necrosis
  • ไตล้มเหลว
  • ไตเทียม

7. โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น แพ้ท้องรุนแรง ทางเดินอาหารอุดตัน ตับอ่อนอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ แผลในกระเพาะและลำไส้ เป็นต้น
8. โรคตับ

  • ตับอักเสบ
  • Cholestasis
  • fatty liver
  • ตับแข็ง และอื่น ๆ

9. โรคของปอด

  • หืด
  • วัณโรค
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ
  • ARDS
  • Pulmonary embolism
  • Aspiration pneumonitis

10. โรคทางระบบประสาท

  • ลมชัก
  • Myasthenia gravis
  • Guillain-Barre syndrome
  • เนื้องอกในสมอง
  • Migraine
  • โรคหลอดเลือดในสมอง

11. โรคออโตอิมมูนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

  • SLE
  • Rheumatoid arthritis
  • Antiphospholipid antibodies

12. โรคมะเร็ง

  • มะเร็งระบบสืบพันธุ์ (มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเนื้อรก)
  • มะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • มะเร็งเต้านม เป็นต้น

13. โรคผิวหนัง

  • Herpes gestationis
  • impetigo herpetiformis
  • PUPPP

14. การใช้สารเสพย์ติด : แอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ ยาบ้า โคเคน เฮโรอีน บาร์บิทุเรท ยากล่อมประสาท เป็นต้น
15. โรคทางจิตเวชศาสตร์ เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือโรคจิตหลังคลอด
16. โรคติดเชื้อ

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย : Group A, B Streptococcus, Salmonella Mycoplasma, Listeriosis, Shigella, Haemophilus, Anaerobic bacteria เป็นต้น
  • การติดเชื้อไวรัส : Rubella, Parvovirus, Varicella-Zoster, Coxsackie, Cytomegalovirus, Hepatitis เป็นต้น
  • การติดเชื้อปรสิต เช่น มาเลเรีย Toxoplasmosis
  • การติดเชื้อรา เช่น Pneumocystis crinii, Cryptococcosis, Candidiasis,Coccidiomycosis เป็นต้น
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส หนองใน คลามิเดีย แผลริมอ่อน เริม ทริโคโมแนส เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนทางศัลยศาสตร์

1. การดูแลในภาวะวิกฤติและการบาดเจ็บ

  • การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)
  • การให้เลือดและองค์ประกอบเลือด
  • การช่วยเหลือทางเดินหายใจ
  • บาดเจ็บต่าง ๆ (อุบัติเหตุรถยนต์ การกระแทก ถูกแทง เผาไหม้)

2. ภาวะ acute abdomen

  • ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน
  • ปีกมดลูกบิดขั้ว
  • ถุงน้ำรังไข่แตก
  • นิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ
  • ลำไส้อุดตัน

3. ตกเลือด – เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน / ส่วนล่าง

ภาวะแทรกซ้อนทางสูติศาสตร์

1. คลอดยาก (แรงเบ่งไม่ดี ทารกท่าผิดปกติ เชิงกรานแคบ)
2. ตกเลือด (แท้ง ครรภ์นอกมดลูก ครรภ์ไข่ปลาอุก รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด มดลูกแตก มดลูกไม่แข็งตัว รกค้าง รกติด มดลูกปลิ้น ช่องทางคลอดฉีกขาด)
3. ความดันโลหิตสูง:

  • Pregnancy induced hypertension
  • Pregnancy aggravated hypertension
  • Transient hypertension

4. การคลอดก่อนกำหนด / น้ำเดินก่อนกำหนด
5. ครรภ์เกินกำหนด
6. ทารกโตช้าในครรภ์
7. ครรภ์แฝด
8. การสูญเสียทารกซ้ำ ๆ (recurrent pregnancy losses)
9. ทารกพิการโดยกำเนิด
10. โรคของรก สายสะดือ และเยื่อหุ้มเด็ก

  • เยื่อหุ้มเด็กอักเสบ
  • ครรภ์แฝดน้ำ
  • น้ำคร่ำน้อย
  • รกน้อย รกบาง circummarginate เป็นต้น
  • เนื้อรกตาย
  • ความผิดปกติของสายสะดือ : ปม บิด ตีบ ถุงน้ำ ก้อนเลือดคั่ง บวม เนื้องอก เส้นเลือดแดงสายสะดือเส้นเดียว เกาะผิดที่ (เช่น ที่ขอบรก เยื่อหุ้มเด็ก) vasa previa

3. มีความรู้และทักษะสูงในการประเมินสุขภาพทารกในครรภ์

วัตถุประสงค์

ผู้ฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ ข้อดี ข้อเสีย และสามารถแปลผลการทดสอบสุขภาพทารกในครรภ์ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ทั้งในระยะก่อนคลอดและ
ระยะคลอด

1. เทคนิคต่าง ๆ ในการประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ในระยะก่อนคลอด

  • การนับเด็กดิ้น
  • Nonstress test / Acoustic stimulation test
  • Contraction stress test
  • Biophysical profile
  • Modified biophysical profile
  • Doppler velocimetry

2. เทคนิคการประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ในระยะคลอด

  • Fetal heart rate monitoring (external/internal)
  • Acoustic stimulation test
  • Scalp blood pH

4. มีความรู้และทักษะสูงในการคัดกรองและวินิจฉัยก่อนคลอด Top of Page

วัตถุประสงค์

ผู้ฝึกอบรมมีความรู้ก้าวหน้าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานของการวินิจฉัยก่อนคลอด สามารถคัดกรอง/วินิจฉัยโรคในทารกที่สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

1. ความผิดปกติของโครโมโซมที่พบได้บ่อย
2. โรคธาลัสซีเมียชนิดร้ายแรง
3. ความผิดปกติทางโครงสร้าง
4. กลุ่มโรคจำเพาะที่ประวัติมีความเสี่ยง เช่น ฮีโมฟิลเลีย เปลือกต่อมหมวกไตหนา เป็นต้น

1. วิทยาศาสตร์พื้นฐานของการวินิจฉัยก่อนคลอด

  • ผู้ฝึกอบรมมีความรู้เกี่ยวกับ
    • พันธุศาสตร์
    • พัฒนาการ และ สรีรวิทยาของทารกในครรภ์
    • ความรู้เกี่ยวกับโรคของทารก
  • ผู้ฝึกอบรมสามารถอธิบายและแปลผลความผิดปกติเกี่ยวกับ
  • วิธีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • เทคนิคทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจโครโมโซม
  • การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ
  • ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • ความรู้เกี่ยวกับสรีรวิทยาของทารกในครรภ์
  • โรคความผิดปกติทางโครโมโซม โดยเฉพาะ trisomy 21, 18, 13 triploidy, XO เป็นต้น
  • โรคทางพันธุกรรม: โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาลัสซีเมียชนิดร้ายแรง ฮีโมฟิลเลีย เป็นต้น
  • ภาวะความพิการโดยกำเนิดของระบบต่าง ๆ (ส่วนอัลตราซาวน์)

2. การคัดกรองค้นหาครรภ์ที่มีความเสี่ยง

  • ผู้ฝึกอบรมมีความรู้เกี่ยวกับการคัดกรองค้นหาการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อโรคสำคัญ
  • ผู้ฝึกอบรมมีความสามารถในการคัดกรอง
    • คัดกรองความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการดาวน์ โดย ประวัติและอายุ, MSAFP และ triple screen ประวัติในครอบครัว
      • อายุมารดา
      • MSAFP/Triple screen
      • มาร์กเกอร์ทางคลื่นเสียงความถี่สูง
    • คัดกรองความเสี่ยงต่อธาลัสซีเมียชนิดร้ายแรง (รวมทั้งแปลผลทางห้องปฏิบัติการ) Retrospective screening
      • Prospective screening
      • EOFT, MCV
      • DCIP, HbE screen
      • HbA2, PCR
    • การคัดกรองความผิดปกติทางโครงสร้าง
      • คลื่นเสียงความถี่สูงในรายมีความเสี่ยง
      • คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นกิจวัตรขณะกึ่งการตั้งครรภ์
      • คัดกรองความพิการทางโครงสร้างด้วยอัลตราซาวน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      • คัดกรองโรคจำเพาะอื่น ๆ โดยอาศัยประวัติความเสี่ยง เช่น ฮีโมฟิลเลีย ต่อมหมวกไตหนาตัว Rh isoimmunization เป็นต้น

3. การให้คำปรึกษาการวินิจฉัยก่อนคลอด (Genetic Counseling)

  • ผู้ฝึกอบรมสามารถเข้าใจอย่างดีในหลักการ ความสำคัญ และวิธีการของการให้คำปรึกษาก่อนคลอด
  • ผู้ฝึกอบรมสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องของ
    • ข้อบ่งชี้ (รายที่มีความเสี่ยงต่อการมีทารกที่เป็นโรค)
    • รายละเอียดของโรคที่พบบ่อย ได้แก่ ความผิดปกติทางโครโมโซม ธาลัสซีเมีย เป็นต้น
    • แนวทางในการค้นหารายละเอียดของโรคทางพันธุกรรมที่พบไม่บ่อย
    • ขั้นตอนในการให้คำปรึกษา
    • การซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด
    • การตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ
    • การบันทึกประวัติครอบครัวเป็นพงศาวลี
    • การประเมินแบบแผนการถ่ายทอด (AD, AR, X-linked, multifactorial)
    • ความผิดปกติทางโครโมโซม
    • การประเมินความเสี่ยงต่อการมีลูกที่เป็นโรค
    • การบอกแนวทางในการหลีกเลี่ยงการมีลูกที่เป็นโรค
    • ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค
    • เทคนิคในการให้ข้อมูล

4. หลักการและเทคนิคในการวินิจฉัยก่อนคลอด

ผู้ฝึกอบรมมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ วิธีการ ข้อบ่งชี้ ข้อดีข้อเสีย ภาวะแทรกซ้อน ของเทคนิคในการวินิจฉัยก่อนคลอดต่าง ๆ

ผู้ฝึกอบรมสามารถอภิปราย หรือมีทักษะในการทำการวินิจฉัยก่อนคลอดดังนี้

1. Non-invasive technique

1.1 การวินิจฉัยก่อนคลอดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (วินิจฉัยความผิดปกติทางโครงสร้าง)

  • สามารถคัดกรองความพิการโดยกำเนิดทางโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติโดยกำเนิด (ระดับละเอียด)
  • สามารถตรวจค้นหามาร์กเกอร์ของความผิดปกติทางโครโมโซมได้ ทั้งในไตรมาสแรกและ
    ไตรมาสที่สอง

1.2 การตรวจสารในเลือดมารดา

  • มีความรู้และแปลผลการคัดกรองเกี่ยวกับมาร์กเกอร์ต่าง ๆ ในเลือดมารดา เช่น Rh titer, Rubella titer ตลอดจนสารเคมีต่าง ๆ เช่น alpha-fetoprotein, hCG เป็นต้น
  • การคัดกรองด้วย NTDs และกลุ่มอาการดาวน์ด้วย triple test
  • เข้าใจในการแปลผลกำหนดความเสี่ยงของทารกจากข้อมูลเช่น อายุ triple test
  • คัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมจากเลือดคู่สมรส โดยเฉพาะพาหะต่อธาลัสซีเมียชนิดร้ายแรง

1.3 การวินิจฉัยทารกจากเซลล์ลูกในเลือดมารดา

การตรวจหาเซลล์ของลูกในเลือดแม่เพื่อการวินิจฉัยก่อนคลอด เข้าใจถึงวิธีการแยกเซลล์ลูกจากเลือดแม่ และหลักการทางห้องปฏิบัติการในการวิเคราะห์ดีเอ็นเอได้แก่

  • PCR
  • DNA sequencing
  • Southern blot เป็นต้น
  • ตรวจโครโมโซมลูก

1.4 การล้างบริเวณปากมดลูก (transcervical flushing)

เข้าใจ อธิบายถึงหลักการ

1.5 การวินิจฉัยก่อนการฝังตัว (Preimplantation)

เข้าใจ อธิบายถึงหลักการและให้คำปรึกษาแก่คู่สมรสที่มีปัญหาโรคทางพันธุกรรม ที่มีความเสี่ยงสูง หรือรายที่มีบุตรยาก ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีช่วยภาวะเจริญพันธุ์อยู่แล้ว

2. Invasive technique

2.1 การเจาะดูดน้ำคร่ำ (amniocentesis)

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • หลักการ หรือเทคนิค
  • ข้อบ่งชี้
  • ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อน
  • การแปลผลและความเชื่อมั่น
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการ
  • ขีดจำกัดในการแปลผล และปัญหาที่พบได้บ่อย
  • Early amniocentesis และ amnifiltration
  • การทำในกรณีครรภ์แฝด
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจโครโมโซม (cytogenetics)
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากเซลล์น้ำคร่ำ
  • สามารถให้คำปรึกษาแก่คู่สมรสได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องหลักการ

2.2 การตัดชิ้นเนื้อรก (chorionic villus sampling)

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • หลักการ หรือเทคนิค
  • ข้อบ่งชี้
  • ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อน
  • การแปลผลและความเชื่อมั่น
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการ
  • ขีดจำกัดในการแปลผล และปัญหาที่พบได้บ่อย
  • ประเภทของการทำ (transabdominal / transcervical sampling)
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจโครโมโซม (cytogenetics)
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากเซลล์วิลไล
  • สามารถให้คำปรึกษาแก่คู่สมรสได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องหลักการ และแยกเนื้อรกจากเนื้อเยื่อของมารดาได้

2.3 การเจาะเลือดจากสายสะดือทารก (cordocentesis)

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • หลักการ หรือเทคนิค
  • ข้อบ่งชี้
  • ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อน
  • การแปลผลและความเชื่อมั่น
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการ
  • ขีดจำกัดในการแปลผล และปัญหาที่พบได้บ่อย
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจโครโมโซม และการวิเคราะห์โรคบางอย่างที่พบบ่อย เช่น ธาลัสซีเมีย
  • สามารถให้คำปรึกษาแก่คู่สมรสได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องหลักการ โดยผ่านการฝึกอบรมอย่างเป็นขั้นตอน

2.4 เทคนิค Coelocentesis

มีความรู้ความเข้าใจในเทคนิคและหลักการทางอณูพันธุศาสตร์ เช่น FISH, PCR

2.5 การตรวจด้วยกล้องส่องทารกและการตัดชิ้นเนื้อทารก (fetoscopy and tissue biopsy)

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • หลักการ หรือเทคนิค
  • ข้อบ่งชี้
  • ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อน
  • การแปลผลและความเชื่อมั่น
  • ขีดจำกัดในการแปลผล และปัญหาที่พบได้บ่อย

2.6 การส่องตรวจตัวอ่อนในครรภ์ (embryoscopy)
มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • หลักการ หรือเทคนิค
  • ข้อบ่งชี้
  • ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อน
  • การแปลผลและความเชื่อมั่น
  • หลักการทางห้องปฏิบัติการ
  • ขีดจำกัดในการแปลผล และปัญหาที่พบได้บ่อ

4. ความรู้ทางห้องปฏิบัติการของการวินิจฉัยก่อนคลอด

  • ผู้ฝึกอบรมมีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญของการวินิจฉัยก่อนคลอด
    ผู้ฝึกอบรมสามารถอธิบายและแปลผลได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับ
  • การคัดกรองต่าง ๆ เช่น triple screen
  • MCV, DCIP, EOFT, HbE screen, Hb typing
  • HPLC
  • การเพาะเซลล์เพื่อวิเคราะห์โครโมโซม
  • การเลี้ยงเซลล์/ประสบการณ์การทำ PCR
  • การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ

5. พยาธิวิทยาของทารก

ผู้ฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิวิทยาของโรคต่าง ๆ ของทารกที่ทำการวินิจฉัยก่อนคลอด
ผู้ฝึกอบรมมีประสบการณ์ในการวินิจฉัยโรคทารกทางพยาธิวิทยา สามารถบรรยายความผิดปกติต่าง ๆ ของโรคที่พบได้บ่อย ๆ อย่างถูกต้อง

5. มีความรู้และทักษะสูงในการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงทางสูติศาสตร์

วัตถุประสงค์

ผู้ฝึกอบรมมีความรู้ก้าวหน้า และทักษะสูงในการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงทางสูติศาสตร์ ได้แก่

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคลื่นเสียงความถี่สูง

  • ฟิสิกซ์
  • ข้อบ่งชี้และขีดจำกัดในการประยุกต์ใช้
  • ความปลอดภัย
  • ความรู้ก้าวหน้าในเทคโนโลยีการสร้างภาพ
  • คลื่นเสียงความถี่สูงชนิดสามมิติ สี่มิติ และ MRI

การตรวจพื้นฐานทางสูติศาสตร์ (Basic Examination)

  • วินิจฉัยการตั้งครรภ์ ครรภ์เดี่ยว ครรภ์แฝด
  • รก สายสะดือ และน้ำคร่ำ
  • ตำแหน่งของรก รวมถึงการวินิจฉัยรกเกาะต่ำ
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด
  • รูปร่างของรก (รูปร่างผิดปกติ เช่น circumvallate หรือการมีรกน้อย)
  • จำนวนเส้นเลือดในสายสะดือ
  • ก้อน/ถุงน้ำที่รกและสายสะดือ
  • ปริมาณน้ำคร่ำ น้ำคร่ำน้อย และครรภ์แฝดน้ำ
  • วัดสัดส่วนต่าง ๆ ของทารก
  • ประเมินอายุครรภ์
  • ประเมินการเจริญเติบโต
  • ตรวจกายวิภาคทารกปกติได้อย่างครบถ้วน (ขณะ 20 สัปดาห์)
  • รูปร่างศีรษะ
  • หน้า (ตา จมูก ริมฝีปาก เพดาน คาง)
  • สมอง (คอร์เทกซ์ ventricles สมองน้อย)
  • กระดูกสันหลัง (ทั้งสามระนาบ)
  • หัวใจ (4-chamber, aortic root, pulmonary trunk, ductus arterious, อัตราการเต้นและจังหวะ)
  • ท้อง (กระบังลม กระเพาะอาหาร ตับ เส้นเลือดดำสายสะดือ เส้นเลือดดำพอร์ตัล ถุงน้ำดี ไต
    กระเพาะปัสสาวะ ผนังหน้าท้อง และสะดือ)
  • เพศ
  • แขนขา (รูปร่าง ส่วนประกอบ และการเคลื่อนไหว)

การตรวจขั้นละเอียด (Targeted Ultrasound)

1. ระบบประสาทส่วนกลาง

1.1 ความผิดปกติของท่อประสาท

  • Acrania
  • Anencephaly
  • Cephaloceles
  • Spina bifida และ meningoceles

1.2 หัวบาตร (Ventriculomegaly/hydrocephalus)
1.3 Holoprosencephaly
1.4 Dandy-Walker Malformations
1.5 พยาธิสภาพการทำลายเนื้อสมอง

  • Hydranenecephaly
  • Porencephaly/Schizencephaly

1.6 Microcephaly/Macrocephaly
1.7 Agenesis of corpus callosum
1.8 อื่น ๆ เช่น หินปูนจับในสมอง กระดูกสันหลังคดและโก่ง เป็นต้น

2. ใบหน้าและคอ

2.1 ความผิดปกติของใบหน้า

  • ปากแหว่ง/เพดานโหว่
  • เบ้าตาถี่/ห่าง
  • ความผิดปกติของจมูก งวง (proboscis)
  • คางเล็ก
  • ก้อนที่หน้า เช่น cephalocele ส่วนหน้า

2.2 ก้อนที่คอ

  • Nuchal edema/translucency
  • Cystic hygroma
  • Cervical teratoma
  • ก้อนของธัยรอยด์/คอพอก

3. หัวใจ

3.1 ความผิดปกติในโครงสร้างของหัวใจ

  • Endocardial cushion (Atrioventricular) defect
  • Ventricular septal defect
  • Ebstein’s anomaly
  • Hypoplastic heart
  • Univentricular heart

3.2 ความผิดปกติในจังหวะการเต้นของหัวใจ (arrhythmia)

  • Premature atrial และ ventricular contractions
  • Tachycardia
  • Bradycardia

4. ท่อทางเดินปัสสาวะและท่อสืบพันธุ์

4.1 ไตฝ่อ (renal agenesis)
4.2 การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ

  • กรวยไตโต/ท่อไตโต
  • Bladder outlet obstruction

4.3 ถุงน้ำที่ไต

  • Multicystic dysplastic kidneys
  • Infantile polycystic kidneys
  • Autosomal dominant polycystic kidneys
  • Obstructive renal dysplasia

4.4 ก้อนที่ต่อมหมวกไต
4.5 ความผิดปกติของท่อสืบพันธุ์ เช่น ถุงน้ำรังไข่

5. ท้องและทางเดินอาหาร

5.1 ทางเดินอาหารอุดตัน

  • หลอดอาหารตีบตัน
  • ดูโอดีนั่มตีบตัน
  • ลำไส้ใหญ่ตีบตัน
  • Meconium ileus และ peritonitis

5.2 ผนังหน้าท้องโหว่

  • Gastroschisis
  • Omphalocele
  • Pentalogy of Cantrell
  • Limb-body-wall complex
  • Bladder/cloacal extrosphy

5.3 น้ำและก้อนในช่องท้อง

6. ทรวงอก

6.1 ปอดแฟบ (pulmonary hypoplasia)
6.2 ก้อนในทรวงอก

  • ไส้เลื่อนกระบังลม
  • Congenital cystic adenomatoid malformations
  • Bronchial sequestration
  • ก้อนใน mediastinum (teratoma)

6.3 น้ำในทรวงอก (pleural effusion)

7. ระบบกระดูกโครงร่าง

7.1 กลุ่มแขนขาสั้นที่ไม่รอดชีวิต (lethal)

  • Thanatophoric dysplasia
  • Achondrogenesis
  • Osteogenesis imperfecta II
  • Hypophosphatasia
  • Short-rib polydactyly syndrome เป็นต้น

7.2 กลุ่มแขนขาสั้นที่รอดชีวิต (non-lethal)

  • Achondroplasia
  • Osteogenesis imperfecta type I, III, IV เป็นต้น

7.3 แขนขาขาดหาย (limb reduction defects)
7.4 ความผิดปกติของมือและเท้า

  • นิ้วทับเกยกัน
  • มือเท้าปุก
  • นิ้วโก่งเข้า (clinodactyly)
  • นิ้วเกิน/นิ้วขาด
  • ส้นเท้านูน (Rocker-bottom)

7.5 Caudal regression
7.6 Sacrococcygeal teratoma

8. ครรภ์แฝด

8.1 Twin-twin transfusion syndrome, Stuck twins
8.2 แฝดไม่มีหัวใจ (acardiac twins)
8.3 แฝดติดกัน (conjoined twins)

9. ทารกบวมน้ำจากสาเหตุต่าง ๆ

10. มาร์คเกอร์ของความผิดปกติทางโครโมโซม (Sonomarker)

10.1 Soft sign

  • choroid plexus cyst
  • mild ventriculomegaly
  • mild hydronephrosis
  • nuchal translucency / thickening
  • hyperechoic bowels
  • intracardiac echogenic foci
  • กระดูกต้นขา/แขนสั้น
  • ความผิดปกติของมือเท้า (ส้นนูน นิ้วเกิน เท้าปุก นิ้วทับกัน เป็นต้น)

10.2 ความผิดปกติรุนแรง (ดูโอดีนั่มตีบตัน endocardial cushion defect เป็นต้น)

6. มีความรู้และทักษะในการรักษาทารกในครรภ์ Top of Page

วัตถุประสงค์

ผู้ฝึกอบรมมีความรู้และสามารถอภิปรายถึงแนวทางในการรักษาทารกในครรภ์ รวมทั้งเทคนิคต่าง ๆ ที่กำลังพัฒนาหรือแนวโน้มในอนาคต และมีทักษะในการรักษาทารกในครรภ์ที่กระทำกันบ่อย ๆ

การรักษาที่ควรปฏิบัติได้

  1. การเจาะดูดน้ำคร่ำ (amniocentesis) : เช่น บางรายของภาวะครรภ์แฝดน้ำ หรือ twin-twin transfusion syndrome
  2. เติมน้ำคร่ำ (amnioinfusion) : เช่น รายที่มีน้ำคร่ำน้อยมากจากการอุดตันทางเดินปัสสาวะ หรือแก้ปัญหาการกดสายสะดือระยะคลอด เป็นต้น
  3. Intrauterine resussitation
  4. การดูดน้ำจากร่างกายหรือถุงน้ำในทารก เช่น ดูดน้ำจากทรวงอกในบางรายของ chylothorax หรือ ถุงน้ำรังไข่ที่มีขนาดใหญ่มาก
  5. การให้ยาแก่ทารกโดยอ้อม
    • ให้สเตียรอยด์เพื่อเร่งการเจริญของปอดทารก
    • ให้ indomethacin เพื่อรักษาภาวะครรภ์แฝดน้ำที่ไม่ทราบสาเหตุ
    • dexamethasone แก่มารดา เพื่อรักษา congenital adrenal hyperplasia
    • ให้กรดโฟลิคป้องกันภาวะท่อประสาทไม่ปิด
  6. Selective fetocide / Fetal reduction
    • ฉีดโปตัสเซียมคลอไรด์เพื่อทำลายแฝดผิดปกติ เพื่อลดความเสี่ยงของแฝดปกติ หรือลดจำนวนแฝดหลายตัว

การรักษาที่ควรรู้หรือคุ้นเคย

1. การให้สารบางอย่างแก่ทารกโดยตรง

  • การให้เลือดแก่ทารก (intraperitoneal / intravascular) เช่น รายเริ่มบวมน้ำจาก Rh isoimmunization
  • การให้อัลบิวมินแก่ทารก เช่น ในรายบวมน้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • การให้เกล็ดเลือด เช่น ในราย autoimmune thrombocytopenia
  • การให้ยาแก่ทารกโดยตรง
  • digoxin ในรายหัวใจล้มเหลวที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • anti-arrhythmic ในรายหัวใจเต้นผิดจังหวะ

2. การใส่ท่อระบาย (shunt) ในทารกก่อนคลอด เช่น บางรายของภาวะ

  • น้ำในช่องปอด
  • ทางเดินปัสสาวะอุดตัน

3. การผ่าตัดทารกในครรภ์แบบเปิด

  • ไส้เลื่อนกระบังลม
  • sacrococcygeal teratoma
  • posterior urethral valve obstruction

4. การรักษา twin-twin transfusion syndrome

  • การใช้เลเซอร์ทำลายเส้นเลือดที่เชื่อมกัน
  • ฉีดไฟบรินเข้าไปในสายสะดือทารกที่เป็น acardiac twin
  • รัดสายสะดือทารก acardiac twin โดยผ่านกล้อง

5. การใส่ pacemaker ให้กับทารกที่มี complete heart block
6. การรักษาที่เป็นไปได้สูงในอนาคต

  • การปลูกถ่ายเซลล์ทารกในครรภ์ (stem cell transplantation)
  • การรักษาโดยการเปลี่ยนยีน (gene replacement therapy)
  • การผ่าตัดทารกในครรภ์โดยผ่านกล้องเล็ก ๆ
  • ฯลฯ
Read More
MFM vital stistics

Annual Reports (MFM)

Annual Report : สถิติประจำปี (ทางสูติศาสตร์)

ฐานข้อมูล

ฐานข้อมูล หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก มีการสร้างฐานข้อมูลสำคัญของตัวเอง และนำเสนอต่อสาธารณะชน ในลักษณะ anual reports อย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกมีระบบการเก็บข้อมูลสำคัญดังนี้

    • อัตราการตายทางสูติศาสตร์ ได้จากการบันทึกรายต่อราย ทบทวนและบันทึกโดยแพทย์
    • ข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลการคลอดของสตรีตั้งครรภ์ทุกราย ถูกเก็บบันทึกในฐานข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วย
    • ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เสี่ยงสูง และความพิการโดยกำเนิด เก็บบันทึกโดยอาจารย์แพทย์ของหน่วย
    • สถิติการการตรวจค้นทางเวชศาสตร์มารดาและทารก เก็บบันทึกโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วย

Annual Report : Maternal-Fetal Medicine

เป็นหนังสือสถิติรายงานประจำปีของหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ซึ่งนำเสนอทุก ๆ เดือนมกราคมของทุกปี เพื่อรายงานสถิติต่าง ๆ ทางสูติกรรมอย่างละเอียดในรอบปีที่ผ่านมา ท่านผู้สนใจเกี่ยวกับสถิติรายละเอียดการคลอด ภาวะแทรกซ้อนสำคัญทางอายุรกรรม สูติกรรม สามารถตรวจเช็คหรือ download pdf file ได้จาก link ข้างบน

สถิติสำคัญ

อัตราการคลอด ประมาณ 2,000-3,000 รายต่อปี (ลดลงจากประมาณ 7,000 รายในปี 1990)
อัตราการตายทางสูติศาสตร์

  • อัตราการตายปริกำเนิด (ในรอบ 10 ปี) ประมาณร้อยละ 12 นับว่าอยู่ในเกณฑ์เป็นที่ยอมรับได้พอสมควร (เนื่องจากเป็น tertiary center ที่เป็นแหล่งรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากทั่วภูมิภาคตอนเหนือ ตัวเลขสถิตินี้จึงมิใช่ตัวเลขของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ที่แท้จริง) สาเหตุหลักสัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด
    • Perinatal Mortality Rate = อัตราการตายปริกำเนิด ผลรวมการตายของทารกในครรภ์และทารกแรกคลอด แรกคลอด
    • Stillbirth rate = ทารกคลอดไร้ชีพ (ไม่มี Apgar score) ถือเอาทารกที่มีอายุครรภ์เกิน 28 สัปดาห์ (ตาม อายุครรภ์ที่ประเมินได้ดีที่สุดจากข้อมูลทางคลินิก) ถ้าคำนวณไม่ได้ให้ถือตามน้ำหนักที่มากกว่า 1,000 กรัม
    • Neonatal death rate = การตายของทารกที่คลอดมีชีพที่มีอายุครรภ์เกิน 28 สัปดาห์ (หรือน้ำหนักมากกว่า 1,000 กรัม) เสียชีวิตภายใน 7 วันแรกหลังคลอด คิดอัตรา
  • อัตราการตายของมารดาแปรปรวนจาก 0.37 ต่อ 1,000 การคลอด
  • อัตราการคลอดก่อนกำหนด (ก่อน 37 สัปดาห์) ร้อยละ 10.62 (รวมผู้คลอดที่ส่งตัวมารักษาต่อจากภูมิภาคตอนเหนือ)
  • อัตราการผ่าตัดทำคลอด ร้อยละ 19.92 ของการคลอด (ร้อยละ 16.8 สำหรับผู้คลอดสามัญ และร้อยละ 31 สำหรับผู้คลอดฝากพิเศษ)
  • อัตราการติดเชื้อ HIV ในสตรีตั้งครรภ์ ท ร้อยละ 1.36 (ปี 2008)

สถิติการตรวจค้นทางเวชศาสตร์มารดาและทารก (ปี 2008)

  • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง 8,766 ครั้ง (รวมการตรวจเพื่องานวิจัย เป็นการตรวจทางนรีเวชร้อยละ 24.8) – การเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจโครโมโซม 1300 ครั้ง
  • การเจาะเลือดสายสะดือทารก 439 ครั้ง
  • การตัดตรวจชิ้นเนื้อรก (chorionic villous sampling) 120 ครั้งอัตราการคลอดทารกโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง
  • ทารกบวมน้ำจากโรคฮีโมโกลบินบาร์ทในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ลดลงจากปีละประมาณ 25 ราย (ก่อนปี 1994) เหลือปีละ 0 ราย (ในปี 10 ปีที่ผ่านมา)
  • ทารกรายเป็นโรคเบต้าธาลัสซีเมีย ลดลงจากปีละประมาณ 10 ราย (ก่อนปี 1994) เหลือปีละ 0-1 ราย (ใน 10 ปีที่ผ่านมา)
  • ทารกที่เป็นโรคเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโมโกลบินอี ลงลงจากปีละประมาณ 30 รายเหลือปีละประมาณ 1 ราย (ใน 10 ปีที่ผ่านมา)
Read More

2548-2550: สุชยา ลือวรรณ

03L

พ.ญ. สุชยา ลือวรรณ (เป้)
Suchaya Luewan

รุุ่นที่ 3 ปี 2005-2007

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม3
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2548
ชื่อ สกุล (ไทย) สุชยา ลือวรรณ
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Suchaya Luewan
วัน เดือน ปีเกิด 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2520
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์suleuwan@med.cmu.ac.th
สถานที่ทำงานปัจจุบันภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :053-945552 – 5
ที่อยู่ปัจจุบัน22/183 หมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์โครงการ 12 ตำบลป่าบง อำเภอสารภี จังหวัด เชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์บ้าน 053-021188
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
คณะแพทยศาสตร์ แพทยศาสตร์2544แพทยศาสตร์บัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2545ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
แพทยสภาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2548วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2550วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัดแพทย์ใช้ทุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมLuewan S, Srisupundit K, Tongsong T..A comparison of sonographic image quality between the examinations using gel and olive oil, as sound media. J Med Assoc Thai. 2007 Apr;90(4):624-7.

Read More

2549-2551: พจนีย์ ผดุงเกียรติวัฒนา

04L

พ.ญ. พจนีย์ ผดุงเกียรติวัฒนา (ปุ๋ม)
Podjanee Phadungkiatwattana

รุุ่นที่ 4 ปี 2006-2008

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม4
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2549
ชื่อ สกุล (ไทย) พจนีย์ ผดุงเกียรติวัฒนา
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Podjanee Phadungkiatwattana
วัน เดือน ปีเกิด 8 มิถุนายน พ.ศ. 2519
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์podjaneej@yahoo.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันกลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลราชวิถีเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :02-3548137
ที่อยู่ปัจจุบัน339/182 ม.แกรนด์คาแนลดอนเมือง ถนนเชิดวุฒากาศ ต.สีกัน อ. ดอนเมือง กรุงเทพ 10210 เบอร์โทรศัพท์บ้าน 02-1970182
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
คณะแพทยศาสตร์ (รพ. รามาธิบดี)แพทยศาสตร์2543แพทยศาสตร์บัณฑิต
แพทยสภา (ฝึกอบรมที่โรงพยาบาลราชวิถี)สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2549วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภา (ฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)เวชศาสตร์มารดาและทารก2551วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัดฝึกอบรมอิสระ
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมPhadungkiatwattana P, Sirivatanapa P, Tongsong T.Outcomes of pregnancies complicated by systemic lupus erythematosus (SLE) J Med Assoc Thai. 2007 Oct;90(10):1981-5.

Read More

2550-2552: สาวิตรี พรานพนัส

05L

พ.ญ. สาวิตรี พรานพนัส (ใหญ่)
Savitree Pranpanus

รุุ่นที่ 5 ปี 2007-2009

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม5
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2550
ชื่อ สกุล (ไทย) สาวิตรี พรานพนัส
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Savitree Pranpanus
วัน เดือน ปีเกิด 23 สิงหาคม พ.ศ. 2521
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์savitree46@hotmail.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :074-451201-3
ที่อยู่ปัจจุบันเลขที่ 4 ซ. 10/4 ถ.เพชรเกษม ต. หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110เบอร์โทรศัพท์บ้าน 074-236441
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แพทยศาสตร์2546แพทยศาสตร์บัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2546ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
แพทยสภาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2550วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2552วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัดแพทย์ใช้ทุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมPranpanus S, Sirichotiyakul S, Srisupundit K, Tongsong T. Sensitivity and specificity of mean corpuscular hemoglobin (MCH): for screening alpha-thalassemia-1 trait and beta-thalassemia trait. J Med Assoc Thai 2009;92:739-43.

Read More

2551-2553: ปิยรัตน์ อุดมวรรณ

06L

พ.ญ. ปิยรัตน์ อุดมวรรณ (ปุ้ย)
Piyarat Udomwan

รุุ่นที่ 6 ปี 2008-2010

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม6
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2551
ชื่อ สกุล (ไทย) ปิยรัตน์ อุดมวรรณ
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Piyarat Udomwan 
วัน เดือน ปีเกิด 2517-04-03 00:00:00
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์piyaratpuy@yahoo.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันโรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ อ.เมือง จ. สุรินทร์เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :044-511757
ที่อยู่ปัจจุบัน56/1 ม.6 ถนน สุรินทร์-ศีขรภูมิ ต. นอกเมือง อ. เมือง จ. สุรินทร์เบอร์โทรศัพท์บ้าน 044-514814
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์2540แพทยศาสตร์บัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2544ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
แพทยสภาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2547วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2551วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัด
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมPiyarat Udomwan, Suchaya Luewan, Theera Tongsong. Fetal aortic arch measurements at 14 to 40 weeks' gestation derived by spatiotemporal image correlation volume data sets. Journal of ultrasound in medicine : official journal of the American Institute of Ultrasound in Medicine. 12/2009; 28(12):1651-6.

Read More

2552-2554: ยุรี ยานาเซะ

07L

พ.ญ. ยุรี ยานาเซะ (ยูริ)
Yuri Yanase

รุุ่นที่ 7 ปี 2009-2011

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม7
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2552
ชื่อ สกุล (ไทย) ยุรี ยานาเซะ
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Yuri Yanase 
วัน เดือน ปีเกิด 22 สิงหาคม พ.ศ. 2524
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์yuletides@hotmail.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันโรงพยาบาลนครพิงค์ จ. เชียงใหม่เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :02-354-8084
ที่อยู่ปัจจุบัน90 ซอย พหลโยธิน 19/1 ถนน พหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900เบอร์โทรศัพท์บ้าน 02-5134412
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
แพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (รามาธิบดี)แพทยศาสตร์2548แพทยศาสตร์บัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2550ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
แพทยสภา (ฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2552วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2554วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัดแพทย์ใช้ทุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมY Yanase, S Luewan, F Tongprasert, K Srisupundit, T Tongsong. Fetal cardiac dimensions at 14-40 weeks' gestation obtained using cardio-STIC-M.

Read More

2553-2555: กุณฑรี ไตรศรีศิลป์

08L

พ.ญ. กุณฑรี ไตรศรีศิลป์ (ปุย)
Kuntharee Traisrisilp

รุุ่นที่ 8 ปี 2010-2012

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม8
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2553
ชื่อ สกุล (ไทย) กุณฑรี ไตรศรีศิลป์
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Kuntharee Traisrisilp
วัน เดือน ปีเกิด 2525-02-28 00:00:00
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์doi_pui@hotmail.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :053-936429
ที่อยู่ปัจจุบัน49 ถนนช่างหล่อ ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์บ้าน 053-202794
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แพทยศาสตร์2549แพทยศาสตร์บัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2550ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
แพทยสภาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2553วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2555วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัดแพทย์ใช้ทุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมTraisrisilp K, Tongprasert F, Srisupundit K, Luewan S, Tongsong T. Reference ranges for the fetal cardiac circumference derived by cardio-spatiotemporal image correlation from 14 to 40 weeks' gestation. J Ultrasound Med. 2011 Sep;30(9):1191-6. PubMed PMID: 21876089.

Read More

2554-2556: วรลักษณ์ ศิวาวงศ์

09L

พ.ญ. วรลักษณ์ ศิวาวงศ์ (ปุ๊ก)
Woralak Sivavong

รุุ่นที่ 9 ปี 2011-2013

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม9
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2554
ชื่อ สกุล (ไทย) วรลักษณ์ ศิวาวงศ์
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Woralak Sivavong 
วัน เดือน ปีเกิด 2524-05-28 00:00:00
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์worapuk@hotmail.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันแผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลลำปาง อ.เมือง จ.ลำปางเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :081-9833924
ที่อยู่ปัจจุบัน16 ตรอกปลายนา ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง 52000เบอร์โทรศัพท์บ้าน 037-471331
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แพทยศาสตร์2548แพทยศาสตร์บัณฑิต
สาขาสูติ-นรีเวช จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2551ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
สาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา (ฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศิริราชพยาบาล)สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2554วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2556วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก (ฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
ต้นสังกัดโรงพยาบาลลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมSiwawong W, Tongprasert F, Srisupundit K, Luewan S, Tongsong T. Fetal cardiac circumference derived by cardio-Spatiotemporal Image Correlation (cardio-STIC) as a predictor of fetal hemoglobin Bart's disease at mid-pregnancy. Journal of Ultrasound in Medicine 2013: (In press)

Read More

2554-2556: อุไรวรรณ ลักษณะวิลัย

10L

พ.ญ. อุไรวรรณ ลักษณะวิลัย (เอ๋)
Uraiwan Luksanavilai

รุุ่นที่ 9 ปี 2011-2013

รุ่นที่เข้ารับการฝึกอบรม9
ปี พ.ศ. ที่เข้ารับการฝึกอบรม 2554
ชื่อ สกุล (ไทย) อุไรวรรณ ลักษณะวิลัย
ชื่อ สกุล (อังกฤษ) Uraiwan Luksanavilai 
วัน เดือน ปีเกิด 2521-01-29 00:00:00
เพศหญิงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์aey_uraiwan@hotmail.com
สถานที่ทำงานปัจจุบันแผนกสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน :
ที่อยู่ปัจจุบัน26 / 46 หมู่ที่ 5 ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรีเบอร์โทรศัพท์บ้าน 037-471331
ประวัติการศึกษา/ฝึกอบรม
คณะ/สถาบันสาขาวิชาปีที่สำเร็จการศึกษา ปริญญา/คุณวุฒิที่ได้รับ
แพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์2547แพทยศาสตร์บัณฑิต
สาขาสูติ-นรีเวช จากบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2550ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
แพทยสภา (ฝึกอบรมที่โรงพยาบาลชลบุรี : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา2552วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
แพทยสภาเวชศาสตร์มารดาและทารก2556วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก
ต้นสังกัดโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
ผลงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมLaksanavilai U, Piyamongkol W, Sirichotiyakul S, Tongprasert F, Leuwan S, Srisupundit K. Chorionic villous sampling: experience of 636 cases. J.Med.Assoc.Thai 2013;96(4):383-388.

Read More